เก่งหลังเกมส์
SET Index ปิดลบ -15.93 จุด (-1.01%) ปิดที่ระดับ 1,563 จุด มูลค่าการซื้อขาย 7.55 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับลง 361 บริษัท มีปรับขึ้น 109 บริษัท) นักลงทุนขายลดความเสี่ยงก่อน FED Meeting คืนนี้ Sector ปรับลงกดดัชนี คือ กลุ่ม ICT (ADVANC, TRUE), กลุ่มน้ำมันและโรงกลั่น (TOP, SPRC, BCP), กลุ่มท่องเที่ยว (AOT, MINT, CENTEL และกลุ่ม ไฟแนนซ์ (SAWAD, KTC, TIDLOR) ส่วนหุ้นปรับขึ้นค่อนข้างกระจายตัว อาทิ SCGP, SPALI, BJC, COM7 และ STECON
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ
TOP (-4.17%), SPRC (-3.60%), BCP (-3.08%)
มีปัจจัยกดดันเฉพาะตัว หลังราชกิจจานุเบกษาประกาศ กบน. มีมติให้ปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันดีเซล 4.0 บาท/ลิตร ตั้งแต่ 16 ก.ย.-31 ต.ค. 26 มากกว่าที่เราคาดไว้ที่ 2.4 บาท/ลิตร เราประเมินผลกระทบใหม่หากรัฐเก็บราคาหน้าโรงกลั่นในอัตรา 4.0 บาท/ลิตร ไปจนถึงสิ้นปี ประมาณการกำไรของเราจะมี downside ต่อ TOP -6%, SPRC -8% และ BCP -7% ตามลำดับ
ADVANC (-3.4%), TRUE (-3.1%)
ปรับตัวลงจากความกังวล Bond Yield และเงินเฟ้อที่สูงขึ้นกระทบจิตวิทยาการลงทุนต่อหุ้นในกลุ่ม Dividend Play (ADVANC, TRUE) เนื่องจากผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงทำให้ความน่าสนใจเชิงเปรียบเทียบของเงินปันผลลดลง มีผลให้นักลงทุนต้องการ yield Spread ต่ออัตราผลตอบแทนสูงขึ้นจากเดิม
ERW (-4.66%), CENTEL (-2.84%), AOT (-1.63%)
ผิดหวังตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์ () ลดลงเหลือ 4.39 แสนราย (-7% w-w และ -22.2% y-y) กระทบจิตวิทยาการลงทุนหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามเรามองโอกาสทยอยสะสมคาดหวังตัวเลขนักท่องเที่ยวฟื้นตัวในช่วงปลายปลายปี และยังมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ (ไทยเที่ยวไทยพลัส) ช่วยหนุน
BCH (+2.73%)
ปรับขึ้น Outperform ตลาด มองเป็นหุ้น Defensive เหมาะสำหรับพักเงินในภาวะตลาดผันผวนในขณะที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งเริ่มมีสัญญาณบวกจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศในช่วงเดือน ก.ค. และ ส.ค. ที่ผ่านมา ผสานในช่วงปลายปีมีลุ้นปรับขึ้นค่ารักษาพยาบาลกลุ่มลูกค้าประกันสังคมโดยเฉพาะค่ารักษาเหมาจ่าย ทุกๆ 10% ของค่ารักษาเหมาจ่ายที่เพิ่มขึ้นจะหนุนกำไรให้ BCH ราว 11%









