แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)
แกว่งลงต่อ… น้ำมันพุ่งอีก + ตลาดรอผลประชุมเฟด คืนวันนี้
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงต่อ (ตามคาด)… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.78% รับแรงกดดันจาก i) หุ้น DELTA* ซึ่งร่วงหนัก 7.54% และถ่วงดัชนีฯ ถึง 19.0 จุด ตามข่าว Delta Taiwan ออกหุ้นกู้แปลงสภาพที่สามารถแปลงเป็นหุ้น DELTA* ได้ (ถ้าไม่คำนวณ DELTA* ดัชนีฯ เมื่อวานบวก ตามแรงซื้อเปลี่ยนตัวเล่นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งแรงซื้อหุ้นหลักในกลุ่มอื่นๆ) ii) ภาพรวมสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกยังถูกกดดันจากความเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ยของสหรัฐฯ
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธ แกว่งลงต่อ… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐานต่อเมื่อคืน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบพุ่งต่ออีก หลังจากมีข่าวว่าซาอุฯ ยกเลิกออเดอร์น้ำมันดิบที่ประเทศในยุโรปสั่งซื้อ สะท้อนปัญหาอุปทานตึงตัวที่เกิดจากท่อส่งน้ำมัน East-West ถูกโจมตี และการซ่อมแซมน่าจะใช้เวลานาน ii) บอนด์ยีลด์ 10 ปีของสหรัฐฯ ขึ้นมาปิดที่ 5.00% ตามแรงกดดันจากน้ำมันพุ่งแรง และตลาดมองว่ามีโอกาสสูงที่ ธ.กลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ย และ/หรือ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวขึ้น ในการประชุมคืนวันนี้
ด้านปัจจัยอื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อตลาด… i) เมื่อวานนี้ รมว.พาณิชย์ส่งสัญญาณรัฐบาลเตรียมต่อมาตรการไทยช่วยไทยพลัสไปถึงช่วงปลายปี เพื่อช่วยประคองกำลังซื้อ ii) ทางการจีนห้ามพลเมืองจีนบางกลุ่มเดินทางออกนอกประเทศ หากเกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎควบคุมการส่งออก/นำเข้าเทคโนโลยี หรือกิจกรรมที่อาจกระทบต่อความมั่นคง
หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)
หุ้น Defensive yield KTB*, BDMS* / รอรับอ่อนตัว DELTA*
KTB (เป้าพื้นฐาน 48 บาท)* 1) ประเมิน Sentiment บวกจากทิศทาง NIM ที่จะผ่านจุดต่ำสุด และปันผลสูง เราประเมินทิศทางส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของธนาคารผ่านจุดต่ำสุด และฝ่ายวิจัยฯประเมินปันผลสูง Dividend yield ปีละ >6% (ปันผลระหว่างกาล 1H69 หุ้นละ 0.48 บาท XD 22 ก.ย. เหลืออีก 2.25 บาท/หุ้น) 2) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นหลังพักฐาน RSI MACD เริ่มหนุน ประเมินแนวรับ 44.0 บาท / แนวต้าน 44.75 – 46.0 บาท กรณี Break จุดสูงเดิมได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/-48 บาท (Stop loss 43.0 บาท)
BDMS (เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท)* 1) ประเมินแนวโน้มกำไร 3Q – 4Q ฟื้นตัวเด่น ฝ่ายวิจัยฯ คาดแนวโน้มกำไร 3Q69 จะโต YoY QoQ หลังรายได้เดือน ก.ค. – ส.ค. โต 8-10% YoY โดยคาดการฟื้นตัวของผู้ป่วยทั้งต่างชาติและไทยหนุนผลการดำเนินงานในช่วง high season 2) Valuation ยังต่ำเทียบในอดีต PBV 3.1 เท่า (-1.5 SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) Dividend yield ปี 2569-70 ปีละ 3.8% – 4.1% 3) ประเมินราคาหุ้นแกว่งตัว Sideway up ในกรอบแนวรับ ประเมินแนวรับ 19.8 บาท / แนวต้าน 20.4 – 20.7 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไปกรอบ Uptrend line channel +/-21.4 บาท (Stop loss 19.5 บาท)
DELTA (เป้าพื้นฐาน 320 บาท)* 1) ประเมินราคาหุ้นวานนี้ปรับลงจาก Sentiment ลบระยะสั้น พื้นฐานไม่ได้เปลี่ยน ราคาหุ้นที่ปรับลงแรงวานนี้จากความกังวลต่อการขายหุ้นกู้แปลงสภาพโดยผู้ถือหุ้นใหญ่ (ให้สิทธิการแปลงสภาพเป็นหุ้น DELTA* ที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ถืออยู่ไม่ได้เป็นการเพิ่มทุนใหม่) อย่างไรก็ดี เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงานของ DELTA* จะยังแข็งแกร่งต่อเนื่องใน 2H69 – ปี 2570 จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขยายตัวของ AI ทั่วโลก 2) ราคาหุ้นปรับลงแรงหลังหลุดค่าเฉลี่ย 200 วัน และจะเริ่มเข้าสู่ภาวะ Oversold แนะนำซื้ออ่อนตัว ที่แนวรับถัดไป ประเมินแนวรับ 230 บาท และ 220 บาท ตามลำดับ / แนวต้าน 244 – 248 บาท กรณี Rebound ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 260 บาท (Stop loss 220 บาท)
หุ้นมีข่าว
(+) BGRIM รุกเวียดนาม-มาเลย์ พอร์ตไฟฟ้าพุ่ง 4.4 พันเมก! (ข่าวหุ้น)* ลุ้นปลดล็อกขายไฟตรงโรงงาน ขานรับแผน PDP 2026 “บีกริม” เดินหน้าขยายลงทุนย่านอาเซียน รับโอกาสความต้องการใช้พลังงาน “เวียดนาม และมาเลเซีย” เติบโตสูง ทั้งโซลาร์-วินด์ฟาร์ม-โรงไฟฟ้าก๊าซ รวม 4,377 เมกะวัตต์ หลังเศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่ในประเทศรอลุ้น PDP 2026 ปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าผ่านระบบเปิดให้บุคคลที่สามเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้าและสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง พร้อมผลักดันเอกชนขายไฟตรงให้โรงงานอุตสาหกรรม ด้าน KGI คงแนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมายปี 70 ที่ 23.50 บาท มอง PDP 2026 และ Direct PPA เปิดทางสู่รอบการเติบโตใหม่
(+) BANPU เล็งลงทุน LNG สหรัฐ สงครามปะทุดันราคาตลาดเหนือ 20 เหรียญ (ข่าวหุ้น)* BANPU* เร่งศึกษาแผนขยายการลงทุนธุรกิจ LNG ในสหรัฐฯ หลังราคาพุ่งเหนือ 20 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จากสงครามตะวันออกกลางปะทุอีกรอบ พร้อมชู “แพลตฟอร์มพลังงานจากก๊าซธรรมชาติสู่ไฟฟ้า” ที่งาน Gastech 2026
(+) “กทพ.” เร่งหารือ BEM ผู้รับสัมปทาน ปรับค่าผ่านทางประจิมรัถยา 15 ธ.ค.นี้ (ข่าวหุ้น)* กทพ. หารือ BEM* และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดผลกระทบประชาชน ก่อนปรับขึ้นค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา 15 ธ.ค.นี้ โดยอัตราใหม่เริ่มรถยนต์ 4 ล้อ 80 บาท รถยนต์ 6–10 ล้อ 130 บาท รถยนต์เกิน 10 ล้อ 180 บาท
(+) ADVICE ชี้ไอโฟน 18 ฮอต แห่จอง Pro Max เต็มโควตา (ทันหุ้น) ADVICE ชี้ ไอโฟน 18 ฮอต เผย iPhone 18 Pro Max มียอดจองล่วงหน้าเต็มโควตาแล้ว ดีเดย์รับเครื่องศุกร์นี้ หนุนรายได้ไตรมาส 3/2569 พร้อมคงเป้าปีนี้โต 15% จากปีก่อน เดินหน้าเปิดสาขาใหม่สิ้นปี 2569 แตะ 29 สาขา จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 22 สาขา
(0/-) จีนเริ่มบังคับใช้กฎใหม่ตั้งแต่ 15 ก.ย. 2026 เพิ่มอำนาจให้หน่วยงานรัฐสามารถห้ามพลเมืองจีนบางกลุ่มเดินทางออกนอกประเทศ หากเกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎควบคุมการส่งออก/นำเข้าเทคโนโลยี หรือกิจกรรมที่อาจกระทบต่อความมั่นคงทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม โดยผู้ที่เข้าข่ายอาจถูกจำกัดการเดินทางเป็นเวลา 6 เดือน–3 ปี มาตรการใหม่นี้ขยายการควบคุมไปยัง บุคลากรภาคเอกชนและผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมอ่อนไหว โดยเฉพาะสายเทคโนโลยี จากเดิมที่เน้นเจ้าหน้าที่รัฐและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ความเห็น: เรามองว่าผลกระทบระยะสั้นยังจำกัดและเป็น sentiment risk เนื่องจากมาตรการไม่ได้มุ่งจำกัดนักท่องเที่ยวทั่วไปที่เดินทางออกนอกประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เน้นเฉพาะกลุ่มที่เข้าข่ายตามเงื่อนไข โดยนักท่องเที่ยวจีนมาไทย YTD อยู่ที่ 3.6 ล้านคน หรือ 16% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ลดลงจากอดีตที่ราว 25% อย่างไรก็ตาม หากมีการขยายขอบเขตไปยังนักท่องเที่ยวทั่วไป จะเป็น downside ต่อโรงแรมที่มี exposure ลูกค้าจีนสูง โดยสัดส่วนลูกค้าจีนอยู่ที่ ERW* ~15%, AWC* ~13% และ CENTEL* ~10% ขณะที่ MINT* และ SHR มี exposure ลูกค้าจีนต่ำกว่าเรายังคงมองว่าการท่องเที่ยวไทยโดยรวมมีแนวโน้มเติบโตจากการกระจายฐานนักท่องเที่ยวที่หลากหลายขึ้น และการฟื้นตัวของตลาด MICE/การจัดประชุมสัมมนา ดังนั้นเราคงมุมมอง Overweight ต่อกลุ่มโรงแรม โดยหุ้นแนะนำ CENTEL (OP, TP Bt49) และ AWC (OP, TP Bt3.60)
(0) คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติดลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นใหม่เป็น 4.00 บาท/ลิตร ต่อเนื่องอีก 46 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน – 31 ตุลาคม (ผู้จัดการออนไลน์) ความเห็น: สำหรับมาตรการรอบที่ 7 ภาครัฐปรับเพิ่มส่วนลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นจาก 2.40 บาท/ลิตร (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 11 กันยายน) เป็น 4.00 บาท/ลิตร (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 15 กันยายน) สำหรับช่วงวันที่ 16 กันยายน – 31 ตุลาคม โดยคาดว่าจะนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากการกลั่นประมาณ 10,000 ล้านบาทมาใช้บรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน ส่งผลให้วงเงินจากมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพทั้ง 7 รอบ ซึ่งดำเนินการภายใต้อำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 27,800 ล้านบาท… เรามองว่ามาตรการที่ภาครัฐยังคงเข้ามาแทรกแซงการกำหนดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นเป็นปัจจัยลบต่อหุ้นกลุ่มโรงกลั่น แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะรวมผลกระทบจากการปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น 4.00 บาท/ลิตร แล้ว แต่เราคาดว่าค่าการกลั่นของไทยจะยังอยู่ในเกณฑ์แข็งแกร่ง เพราะได้แรงหนุนจาก spread ที่แข็งแกร่งในภูมิภาคของน้ำมันเบนซิน, น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันดีเซล ดังนั้นเราคงคำแนะนำ SPRC* (OP, 2070F TP ที่ 15.00 บาท), TOP* (OP, 2070F TP ที่ 74.00 บาท), BCP* (Not rated), IRPC* (N, 2070F TP ที่ 3.10 บาท) และ PTTGC* (OP, 2070F TP ที่ 53.50 บาท)
-
โรงไฟฟ้า + Data center: EPG* (Stop loss 5.85 บาท) ASEFA (Stop loss 6.0 บาท) WHA* (Stop loss 4.64 บาท) STECON* (Stop loss 17.4 บาท)
-
พลังงานและปิโตรเคมี: PTTGC* (Trailing stop 45.5 บาท) BBGI (Trailing stop 6.1 บาท)
-
สินค้าอุปโภคบริโภค: GFPT* (Trailing stop 10.1 บาท) BTG* (Stoploss 20.6 บาท)
-
หุ้น Defensive yield: ADVANC* (Stop loss 345 บาท)
-
กำไร 3Q69 – 4Q69 เด่น: SCGP* (Stop loss 29 บาท) BCH* (Stop loss 10.8 บาท)
-
ท่องเที่ยว+ค้าปลีก: CRC* (Stop loss 27.75 บาท) SPA (Stop loss 2.96 บาท) AWC* (Stop loss 2.96 บาท)
-
กลุ่มโรงแรม น้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาดฯ” ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว + RevPAR ที่แข็งแกร่งขึ้นใน 3Q69 และจะเร่งตัวขึ้นใน 4Q69 นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลงจากการรีไฟแนนซ์และสัดส่วนหนี้อัตราดอกเบี้ยคงที่ที่สูงขึ้น น่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมตั้งแต่ 2H69 เป็นต้นไป หุ้นเด่นเลือก AWC* (เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท) CENTEL* (เป้าพื้นฐาน 49 บาท)
-
BDMS แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 23.5 บาท* ฝ่ายวิจัยฯคาดแนวโน้มกำไร 3Q69 = 4.5 พันล้านบาท (+4.3% YoY +38.7% QoQ) โดยข้อมูลรายได้เดือน ก.ค. – ส.ค. โต 8% YoY และ 10% YoY ตามลำดับ และยังประเมินแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ Wellness ของ BDMS* ยังคงประมาณการฯ และราคาเป้าหมาย
หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus








