บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Hotel Sector 2H69 สดใสจากทั้งการท่องเที่ยวและ RevPAR แข็งแกร่งขึ้น (Overweight Maintained)

Event

อัปเดตกลุ่มธุรกิจโรงแรม

Impact

ปัจจัยบวกหนุนการท่องเที่ยว

เรามองแนวโน้มภาคการท่องเที่ยวไทยเป็นบวกมากขึ้นจาก 3 ปัจจัยหลัก คือประการแรก แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลง 3.4% YoY อยู่ที่ 21.72 ล้านคน (1 ม.ค.–12 ก.ย. 69) แต่รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงในอัตราที่ช้ากว่า สะท้อนถึงการใช้จ่ายต่อหัวนักท่องเที่ยวที่สูงขึ้น เราคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเร่งตัวขึ้นตั้งแต่ 4Q69F หนุนจากช่วง high season และช่วงหยุดยาววันชาติจีน (Golden week) โดยที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะพุ่งขึ้น 24% YoY ที่ราว 250,000 คน ซึ่งน่าจะช่วยผลักดัน hotel occupancy และ RevPAR ให้สูงขึ้นด้วย ประการที่สอง capacity ในการรองรับเที่ยวบินในอนาคตยังคงเป็นบวก โดยเที่ยวบินขาเข้าเพิ่มขึ้น 2% YoY และมีเส้นทางบินระหว่างประเทศใหม่เพิ่มขึ้น 4 เส้นทางในสิงหาคม (Figures 5–7) หลัก ๆ มาจากจีน ไต้หวัน และญี่ปุ่น ดังนั้นน่าจะได้เห็นแนวโน้มอุปสงค์โรงแรมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชัดเจนขึ้น ประการสุดท้าย การท่องเที่ยวในประเทศยังคงมีความยืดหยุ่น โดยจำนวนทริปท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มขึ้น 2.5% YoY ช่วง YTD ขณะที่ โครงการ “ไทย เที่ยว ไทย พลัส” จะช่วยกระตุ้นอุปสงค์เพิ่มเติมตั้งแต่พฤศจิกายน 2569 ซึ่งจะช่วยหนุน occupancy และเพิ่มแรงผลักดันกำไรต่อเนื่องไปยัง 1Q70F

RevPAR ของไทยยังคงแข็งแกร่ง

เราคาดว่า RevPAR จะเร่งเติบโตขึ้นใน 3Q69F โดยพลิกเป็นบวกจากที่ติดลบ 10% ถึงการเติบโตที่เลขหลักเดียวใน 2Q69 สู่การเติบโตเป็นตัวเลขหลักเดียวถึงเลขสองหลักใน 3Q69F (Figure 13) อย่างไรก็ดี โรงแรมในไทยน่าจะเป็นผู้นำการฟื้นตัว โดยคาด RevPAR จะเติบโตตั้งแต่เลขหลักเดียวจนถึงราว 20% YoY อานิสงส์จากจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น อุปสงค์ในประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง และผลจาก high season ดังนั้น Asset World Corporation (AWC.BK/AWC TB)* น่าจะเป็นผู้นำด้วย RevPAR เติบโตที่ +24% YoY ขณะที่ Central Plaza Hotel (CENTEL.BK/CENTEL TB)* คาดว่าจะเติบโตที่เลขสองหลักกลาง ๆ และคาดว่า The Erawan Group (ERW.BK/ERW TB)* จะเติบโตเป็นเลขหลักเดียว ขณะที่ แนวโน้ม RevPAR ของประเทศไทยที่แข็งแกร่งขึ้นจะหนุนรายได้และกำไรของธุรกิจโรงแรมให้เติบโตดี โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เน้นตลาดในประเทศไทย ส่วนตลาดที่มัลดีฟส์ คาดว่า RevPAR จะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมี CENTEL เป็นผู้นำ ขณะที่ Minor International (MINT.BK/MINT TB)* และ S Hotels and Resorts (SHR.BK/SHR TB) น่าจะกลับมาเติบโตเป็นบวก ส่วนในยุโรป คาดว่า MINT จะรายงาน RevPAR เติบโตที่เลขต่ำหลักเดียว แต่ SHR โดยรวมน่าจะทรงตัว

คาดกำไร 3Q–4Q69F จะแข็งแกร่งขึ้น

เราคาดว่ากำไร 2H69F ของกลุ่มฯ จะดีขึ้น (เร่งตัวเติบโตขึ้นทั้ง YoY และ QoQ) จากการดำเนินงานของโรงแรมที่ดีขึ้น อุปสงค์การท่องเที่ยวแข็งแกร่งขึ้น และต้นทุนทางการเงินลดลง นอกจากนี้ คาดว่า RevPAR จะเร่งเติบโตขึ้นช่วง high season จากกิจกรรม MICE และอีเวนต์ต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ ซึ่งจะผลักดันให้รายได้โรงแรมเติบโตดี โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เน้นตลาดประเทศไทย ด้าน EBITDA margin คาดว่าจะดีขึ้นตั้งแต่ 3Q69F โดย occupancy ที่สูงขึ้น RevPAR ฟื้นตัวดีและ operating leverage จะช่วยกลบต้นทุนที่ถูกกดดันตามฤดูกาล และดันให้ margin ใน 3Q–4Q69F ขยายตัว ขณะเดียวกัน ต้นทุนการเงินที่ลดลงจะเป็นปัจจัยหนุนกำไรเพิ่มเติมจากการ refinancing และสัดส่วนหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ (fixed-rate debt) ที่สูงขึ้น จะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมและความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยลงได้ โดยเฉพาะของ AWC, CENTEL, ERW และ MINT โดยรวมแล้ว RevPAR ที่แข็งแกร่งขึ้น margin ที่ขยายตัวดีและคชจ.ดอกเบี้ยที่ลดลง จะเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนกำไร 3Q–4Q69F ให้เติบโตขึ้น

Valuation & Action

เรายังคงให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มโรงแรม “มากกว่าตลาดฯ” โดยเลือก AWC (OP, TP3.60 บาท) และ CENTEL (OP, TP49.00 บาท) เป็นหุ้นที่เราชื่นชอบจากกำไรที่เติบโตแข็งแกร่ง ซึ่งหนุนจากภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวดี ปัจจุบัน เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ERW (TP4.30 บาท), MINT (TP30.00 บาท) และ SHR (TP1.90 บาท) ในภาพรวม เราคาดว่าอุปสงค์การท่องเที่ยวที่ดีขึ้น RevPAR ที่แข็งแกร่งขึ้น และกำไรที่ฟื้นตัวจะส่งผลบวกต่อแนวโน้มของกลุ่มโรงแรม

Risks

อุปสงค์ด้านการท่องเที่ยวอาจอ่อนแอกว่าคาดและต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น

- Advertisement -