ศาลปกครองสูงสุดยกฟ้อง DPC บริษัทย่อย AIS คดีข้อพิพาทค่าใช้โครงข่าย NT มูลค่า 1,223 ล้านบาท ชี้คำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS (หลักทรัพย์: ADVANC) ได้ทำหนังสือแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษายกฟ้อง บริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด (DPC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ในคดีข้อพิพาทเกี่ยวกับการเรียกค่าใช้เครื่องอุปกรณ์และโครงข่ายโทรคมนาคมช่วงระยะเวลาคุ้มครองชั่วคราวหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ส่งผลให้ DPC ไม่ต้องชำระเงินจำนวน 1,223 ล้านบาท โดยคำพิพากษาดังกล่าวถือเป็นอันสิ้นสุด
คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกรณีที่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT (เดิมคือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)) ได้ยื่นฟ้อง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) และ DPC ต่อศาลปกครองกลางมาตั้งแต่ปี 2558 เพื่อเรียกร้องให้ชำระค่าใช้หรือค่าตอบแทนจากการใช้เครื่องอุปกรณ์และโครงข่ายโทรคมนาคม ในช่วงระยะเวลาคุ้มครองตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทาน สำหรับสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ 1800MHz ระหว่างวันที่ 16 กันยายน 2557 ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2558
การยื่นฟ้องดังกล่าวแบ่งเป็นจำนวน 3 คดี ได้แก่ คดีหมายเลขดำที่ 918/2558, 1651/2558 และ 741/2559 คิดเป็นมูลค่าเรียกร้องในส่วนของ DPC รวม 3,202 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ซึ่งต่อมาในปี 2565 ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้อง DPC ทั้งสามคดี ก่อนที่ NT จะยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาไปยังศาลปกครองสูงสุด
ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 1651/2558 โดยยืนยกฟ้อง DPC ทำให้ DPC ไม่ต้องชำระเงินจำนวน 1,223 ล้านบาท ซึ่งคดีนี้ถือว่าถึงที่สุดแล้วเนื่องจากเป็นคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด
สำหรับคดีที่เหลืออีก 2 คดี ได้แก่ คดีหมายเลขดำที่ 918/2558 และ 741/2559 ซึ่งมีมูลค่าเรียกร้องรวม 1,979 ล้านบาท นั้น ปัจจุบันยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด
นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ระบุในหนังสือรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า “ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 1651/2558 ยกฟ้องดีพีซี ส่งผลให้ดีพีซีไม่ต้องชำระเงินจำนวน 1,223 ล้านบาท ทั้งนี้ คดีดังกล่าวได้ถึงที่สุดแล้ว สำหรับคดีหมายเลขดำที่ 918/2558 และ 741/2559 รวมมูลค่า 1,979 ล้านบาท ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด หากมีความคืบหน้าที่มีนัยสำคัญ บริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบต่อไป”









