บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Beverage Sector
โอกาสซื้อรอบใหม่…เตรียมเข้าสู่ช่วงกำไรที่ร้อนแรง (Overweight Upgraded)
Event
แนวโน้มกลุ่มเครื่องดื่ม โดยเลือก CBG* เป็นหุ้นเด่นสุดของเราใน 4Q69
Impact
โอกาสกลับเข้าซื้อ – จากการฟื้นตัวของ margin สู่กำไรที่เร่งตัวขึ้น
เราเชื่อมั่นมากขึ้นต่อหุ้นกลุ่มเครื่องดื่มไทย และมองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงนี้เป็นโอกาสในการกลับเข้าซื้อสะสมอีกครั้ง โดยเรามองว่าแรงกดดันหลัก ได้แก่ ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นหลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรง และ low season ใน 3Q69F เป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น ไม่กระทบต่ออัตรากำไรในระยะกลาง โดยที่กลุ่มฯ กำลังเปลี่ยนผ่านจากประเด็น margin ที่ฟื้นตัวไปสู่ช่วงกำไรที่เร่งตัวขึ้น แม้ต้นทุนวัตถุดิบและกำลังซื้อที่อ่อนแอยังคงเป็นความเสี่ยงหลักในระยะสั้น หลังผ่าน 3Q69F การฟื้นตัวของ margin, การเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด, การเติบโตของปริมาณขายจากสภาพอากาศและการกลับมาเป็นปกติของการส่งออก โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเมียนมา คาดจะช่วยให้ตลาดปรับเพิ่มกำไรกันรอบใหม่ โดยเฉพาะหากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงเกิดขึ้นพร้อมกับการฟื้นตัวของปริมาณขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้เราได้สรุปปัจจัยหลักขับเคลื่อนของกลุ่มไว้ใน Figure 3
อุปสงค์มีทั้งบวกและลบ แต่ El Niño เปิด upside
อุปสงค์เครื่องดื่มไทยยังคงมีภาพคละกัน โดยเครื่องดื่มชูกำลังเติบโต 2.6% YoY ช่วง YTD มิ.ย. 69 (เทียบกับ +1.8% ใน มี.ค.) ขณะที่ ชาพร้อมดื่ม (ready-to-drink: RTD) หดตัว 2% (เทียบกับ -6%) ขณะที่เราคาดตลาดทั้งสองประเภทจะยังคงหดตัว YoY ใน 3Q69F แต่ในอัตราที่ลดลงจากฝนตกต่อเนื่องยังคงกดดันการบริโภค การสำรวจร้านสะดวกซื้อ (CVS) ยังพบการแข่งขันที่รุนแรงและโอกาสในการยกระดับเป็นผลิตภัณฑ์พรีเมียม (premiumization) ที่จำกัด ขณะที่ ตลาดน้ำด่าง (alkaline water) ยังคงเติบโตดี แต่อย่างไรก็ดี หลังผ่าน 3Q69F ภาวะ El Niño ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอาจเป็น catalyst ดันอุปสงค์อย่างมีนัยสำคัญ โดยสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งขึ้นจะช่วยหนุนการบริโภคเครื่องดื่มต่อเนื่องไปจนถึง 1H70F บวกกับประสิทธิภาพต้นทุนที่ดีขึ้นและการกระจายต้นทุนคงที่ไปตามยอดขาย (fixed-cost absorption) เรามองว่ายังมีโอกาสที่กำไรจะออกมาดีกว่าคาด นำโดย ICHI* ตามด้วย CBG และ OSP*
กำไร 2H69F จะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
เราคาดว่ากำไรรวม 2H69F ของกลุ่มฯ จะเติบโตทั้ง HoH และ YoY นำโดย CBG ขณะที่คาดว่ากำไรหลัก 3Q69F จะยังเติบโต YoY ตามรายได้ที่เติบโตและการควบคุมต้นทุนที่ดีของ OSP และ ICHI แม้เผชิญกับปัจจัยฤดูกาลที่อ่อนแอและต้นทุนอะลูมิเนียม, PET resin และก๊าซที่สูงขึ้น ผลการวิเคราะห์ของเราชี้ว่า ต้นทุนวัตถุดิบหลักที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 10% อาจกดดันให้กำไรปี 2569F ลดลงราว 2–6% ของหุ้นทุกตัวในกลุ่มฯ ที่เราวิเคราะห์อยู่ (Figure 15) อย่างไรก็ดี มองว่ากำไร 4Q69F น่าจะกลับเร่งตัวขึ้นได้อีกครั้ง (+QoQ, +YoY) จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงและอุปสงค์ในช่วงเทศกาลที่ดีขึ้น ทั้งนี้หลังงบ 2Q26 ประกาศออกมา ตลาดได้ปรับเพิ่มกำไรของทั้ง CBG และ OSP ส่งผลให้กำไรใหม่กลุ่มฯปี 2569–70F อยู่ที่ -2%/+1% YTD (จาก -3%/-3% ก่อนหน้านี้) แต่ประมาณการของ ICHI คงไม่เปลี่ยนแปลง ขณะนี้ กำไรหลักปี 2569F-70F ของเราสะท้อนการเติบโต 3%/9% YoY และโดยรวมยังอยู่ใกล้เคียง consensus แล้ว แต่เมื่อความขัดแย้งที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกอาจทำให้การปรับตัวของต้นทุนกลับสู่ภาวะปกติ (cost normalization) ล่าช้าออกไปและนำไปสู่การปรับลดกำไรลงเล็กน้อยได้ โดยเฉพาะใน 3Q69F ก่อนที่ margin จะฟื้นตัวใน 4Q69F และกลับสู่ปกติมากขึ้นใน 1H70F
Valuation and action
เราปรับเพิ่มน้ำหนักลงทุนกลุ่มเครื่องดื่มไทยขึ้นเป็น “มากกว่าตลาดฯ” จากเดิม “เท่ากับตลาดฯ” โดยเลือก CBG เป็นหุ้นเด่นเพียงตัวเดียวของเราใน 4Q69 เพราะเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากช่วงกำไรที่เร่งตัวขึ้นมากที่สุด (การรับรู้รายได้ที่เติบโตเด่นและอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้น) รองลงมาคือ OSP (เมียนมาฟื้นตัวและ valuation น่าสนใจ) และ ICHI (ธุรกิจน้ำด่างเติบโตดีและ dividend yield สูง) ตามลำดับ
Risks
การแข่งขันเข้มข้น, เศรษฐกิจชะลอตัว, พฤติกรรมผู้บริโภคและต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป








