แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)

ปรับฐานลง… บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่ง กดดันสินทรัพย์เสี่ยงในเอเชีย

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยบวกต่อ และค่อนข้างแข็งหากเทียบตลาดอื่นในเอเชีย (ตามคาด)… ดัชนีฯ ปิดบวก 0.39% หนุนโดย i) เซนติเมนต์หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกยังเป็นบวก หนุนการฟื้นตัวต่อของ DELTA* (+1.59%) และหนุนดัชนีฯ +3.92 จุด ii) แรงเก็งกำไรแน่นหนาในหุ้นโรงกลั่น ตามประเด็นข่าวสหรัฐฯ กำลังพิจารณาห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล ซึ่งหากทำจริง จะส่งผลให้ค่าการกลั่นสูงขึ้นได้อีก… อย่างไรก็ดี ฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่างยังอยู่ในขาออก (วานนี้ขายสุทธิ 1.2 พันล้านบาท)

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพฤหัสฯ ปรับฐานลง… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลงค่อนข้างแรง สะท้อนการพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปีของสหรัฐฯ สู่ระดับสูงสุดรอบ 19 ปี หลังจากผู้ว่าการเฟด Michael Barr แสดงความกังวลต่อเงินเฟ้อ และมองว่าเฟดจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป ii) ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่ง (มีทั้งมุมบวก และมุมลบ ว่าเฟดสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้) ทั้งนี้ flash PMI ก.ย. ออกมาที่ 58.4 จุด ซึ่งถือว่าสูงมาก

ด้านปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ที่น่าจะมีผลต่อตลาด… i) เช้านี้ ปธน. สหรัฐฯ และ ปธน. จีน ประชุมกันในงาน UN Assembly เบื้องต้นมีทิศทางที่ดี หลังจาก รมว. คลังสหรัฐฯ ประกาศว่าทั้ง 2 ฝ่ายตกลงยืดเวลาเจรจาภาษีการค้าออกไปอีก 2 เดือน ถึง 10 ม.ค. 2570 ii) ติดตามตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯ เช่น ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ค่ำวันนี้ หากตัวเลขแข็งแกร่งกว่าคาด อาจดันบอนด์ยีลด์ขึ้นอีก

หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)

รับ Golden week จีน AOT*, AWC* / Data center ใกล้ปลดล็อค WHAUP*

AOT* (เป้าพื้นฐาน 71 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มกำไรดีเข้า High season เราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน FY4Q69 (ก.ค.-ก.ย.) จะฟื้นตัวต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว + ผลของการปรับ PSC สำหรับผู้โดยสารขาออกเต็มไตรมาส (เริ่มปรับ 20 มิ.ย.) และเราประเมินแนวโน้มกำไร FY1Q70 (ต.ค.-ธ.ค.) จะดีต่อเนื่องจากเข้า High season เริ่มต้นไตรมาสด้วย Golden week จีน + การจัด Event ขนาดใหญ่จำนวนมากในช่วงปลายปีนี้ 2) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวทดสอบ Mid-Bollinger band + MACD เริ่มตัด Signal line ประเมินแนวรับ 61.75 บาท / แนวต้าน 63.25 – 64.0 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินมีโอกาสปิดแก๊ปราคา แนวต้านถัดไป +/- 65 บาท (Stop loss 60.75 บาท)

AWC* (เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท) 1) ประเมิน Sentiment บวกจากการท่องเที่ยวไทยที่กำลังเข้า High season เราประเมิน Sentiment บวกจากการเริ่มเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวของจีน (วันชาติจีน เริ่มปลายเดือนนี้ – ต้นเดือน ต.ค.) คาดว่าจะเห็นจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เร่งตัวขึ้น โดย AWC* เป็นโรงแรมที่มีฐานลูกค้าชาวจีนราว 13% รวมทั้งการจัด Event ขนาดใหญ่จำนวนมากหลายงานใน 4Q69 จะหนุนภาพรวมการท่องเที่ยวไทย 2) ประเมินราคาหุ้น Sideway up กลับมายืนเหนือ Mid-Bollinger band แนวรับ 3.06 บาท / แนวต้าน 3.12 – 3.18 บาท กรณีผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/-3.4 บาท (Stop loss 3.0 บาท)

WHAUP* (เป้าพื้นฐาน 9.3 บาท) 1) ประเมินการเตรียมออกเกณฑ์คุม Data center + PDP2026 เตรียมเข้า ครม. ภายในเดือน ต.ค. เราประเมินการกำหนดกฎเกณฑ์คุม Data center ซึ่งคาดจะมีผลบังคับใช้ภายใน ต.ค.นี้ และคาดจะผลักดัน Data center ขนาดใหญ่ (Hyperscale) ให้ไปลงทุนในพื้นที่นิคมฯ จะเป็นบวกต่อ WHAUP* ในฐานะผู้ให้บริการสาธารณูปโภค (น้ำ+ไฟฟ้า) รวมถึงแผน PDP2026 ที่จะผลักดันเข้า ครม.ภายในเดือน ต.ค.นี้เช่นกันจะเป็นประเด็นบวกต่อ WHAUP* (รอ Direct PPA) 2) Valuation ไม่แพง Forward PE 18.7 เท่า (ใกล้ค่าเฉลี่ยที่ 19 เท่า) ขณะที่คาดกำไรสุทธิโต 34% CAGR (2568-70) 3) ประเมินเริ่มสร้างฐาน (หลังพักฐาน) ขณะที่ RSI เริ่มฟื้นตัวก่อนราคา ประเมินแนวรับ 7.15 บาท / แนวต้าน 7.35 – 7.5 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 7.7 บาท (Stop loss 7.0 บาท)

หุ้นมีข่าว

(+) AWC* จุดพลุ ‘กองรีท’ ผุด AWR ด้วยทรัพย์สินมูลค่าไม่เกิน 5 หมื่นล. ชูจุดเด่นสินทรัพย์ระดับ ‘พรีเมี่ยม’ (กรุงเทพธุรกิจ) หวังดึง “นักลงทุนรายย่อยสถาบัน” ลงทุนในอสังหาฯ ในทำเลคุณภาพ “AWC*” เปิดเกม “REIT” ไซส์ยักษ์ หลังกำลังศึกษาจัดตั้งกองทรัสต์ AWR ทรัพย์สินมูลค่าไม่เกิน 5 หมื่นล้าน หวังสร้างมิติใหม่ให้แก่ “ตลาดทุนไทย” และยกระดับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมให้เป็นสินทรัพย์หลักที่เข้าถึงได้สำหรับนักลงทุนทุกกลุ่ม

(+) AOT* ลุ้นเที่ยวบินจีนพุ่ง เล็งปรับเพิ่มค่าบริการ (ทันหุ้น) AOT* ลุ้นเที่ยวบินจีนพุ่ง รับหยุดยาววันชาติจีน หรือ Golden Week 1-7 ตุลาคม แย้มบริหารสล็อตมีประสิทธิภาพ สายการบินจองสอดคล้องแผนบินจริง ดันปริมาณเที่ยวบินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จ่อเซ็นผู้ให้บริการภาคพื้นรายที่ 3 ต้นตุลาคม เริ่มบริการปลายปี เดินหน้าทบทวนค่าบริการภายในท่าอากาศยานให้เหมาะสมกับต้นทุนและการใช้ทรัพยากรสนามบิน

(-) น้ำมันพุ่ง ‘มรสุม’ โลว์คอสต์ ‘แอร์ไลน์’ เจ็บหนักขึ้นค่าตั๋วไม่ได้-กพท.เตือนแผนธุรกิจรัดกุม (กรุงเทพธุรกิจ) “การบินไทย” ชี้โอกาส เสียบแทนสายการบินต้นทุนต่ำ น้ำมันเครื่องบินตลาดโลกพุ่ง 7.4% ในสัปดาห์เดียว กพท.เร่งประเมิน ชี้กระทบเส้นทางบินภายในประเทศสูงกว่าระหว่างประเทศ เหตุโครงสร้างภาษี ระบุ “โลว์คอสต์” ต้นทุนน้ำมันแตะ 60% กำชับสายการบินวางแผนธุรกิจรัดกุม “การบินไทย” ชี้โอกาสเสียบแทนโลว์คอสต์ “เวียดเจ็ทไทยแลนด์” ชี้ตั๋วบินแพงกว่าก่อนสงคราม 20-25% “แอร์เอเชีย” เจ็บหนักขึ้นค่าตั๋วไม่ได้ ธุรกิจอยู่ช่วงฟื้นตัว

(+) จับตา GUNKUL*-TSE-SSP ชิงเค้กโซลาร์ชุมชน 1,500 MW (ข่าวหุ้น) กกพ.ปลดล็อกโซลาร์ชุมชน 1,500 เมกะวัตต์ เปิดรับซื้อไฟฟ้า 2.1679 บาทต่อหน่วย ดันศึกโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด เดือด! GUNKUL* พร้อมชิงหลายโครงการ โกยงานรับเหมา EPC เต็มสูบ TSE ตั้งเป้ากำลังผลิตใหม่ไม่น้อยกว่า 100 เมกะวัตต์ ลุยทั้งโซลาร์ชุมชน-Direct PPA เจาะดีมานด์ Data Center ขณะที่ SSP เร่งสะสมโครงการต่อยอดกำลังผลิตพลังงานหมุนเวียนขนาดเล็ก บล.หยวนต้า ชี้ เปิดทางโตโรงไฟฟ้ารายกลาง-เล็ก ชู GUNKUL*-SSP-TSE รับอานิสงส์รอบใหม่

(0) บอร์ด BBGI ยุติโรงงาน CDMO ยันไม่กระทบการเงิน-ธุรกิจหลัก (ข่าวหุ้น) บอร์ด BBGI สั่งยุติโครงการก่อสร้างโรงงานเทคโนโลยีชีวภาพ “CDMO” หลังทบทวนข้อมูลและความเสี่ยง ยันไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัท

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • โรงไฟฟ้า + Data center: EPG* (Stop loss 5.9 บาท) ASEFA (Stop loss 6.15 บาท) DELTA* (Stop loss 241 บาท) HANA* (Stop loss 47.5 บาท) WHA* (Stop loss 4.7 บาท) STECON* (Stop loss 17.6 บาท)
  • พลังงานและปิโตรเคมี: PTTGC* (Trailing stop 47.5 บาท) BBGI (Stop loss 6.25 บาท)
  • หุ้น Defensive yield: KTB* (Stop loss 44.25 บาท) KKP* (Stop loss 115 บาท)
  • หุ้นท่องเที่ยว ค้าปลีก: CRC* (Stop loss 28.75 บาท) CPN* (Stop loss 63 บาท)
  • กำไร 3Q69 – 4Q69 เด่น: SCGP* (Stop loss 29.25 บาท) BCH* (Stop loss 11 บาท) BDMS* (Stop loss 19.8 บาท) ITC (Stop loss 16.6 บาท) MAGURO (Stop loss 17.8 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
  • กลุ่มนิคมฯ น้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาดฯ” ยอดขอ BOI และยอดขออนุมัติจาก BOI ใน 1H69 อยู่ที่ 1.47 ล้านล้านบาท (+37% YoY) และ 1.3 ล้านล้านบาท (+45% YoY) ตามลำดับ ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) +80% YoY เป็น 1.37 ล้านล้านบาท ทั้งนี้กฎระเบียบใหม่สำหรับ Data Center (DC) คาดว่าจะออกมาในช่วงกลางเดือน ต.ค. 2569 โดยมีความเป็นไปได้สูงที่ Data Center ขนาดกลางถึงขนาดใหญ่จะถูกกำหนดให้ต้องตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม (Industrial Estate) เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าราคาที่ดินและอัตราค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ในนิคมอุตสาหกรรมยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นต่อไป ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงน้ำหนักลงทุน “มากกว่าตลาดฯ” และแนะนำ “ซื้อ” ทั้ง AMATA* WHA*
  • THAI* แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 7.0 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินแม้ค่าตั๋วโดยสารจะเพิ่มขึ้นตามต้นทุนน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น แต่ปริมาณผู้โดยสารยังแข็งแกร่ง ยอดจองล่วงหน้าใน 3Q69 ยังเติบโต YoY นำโดยการฟื้นตัวของเส้นทางยุโรปซึ่งมีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Cabin factor) ที่สูงถึง 85% ยังคงประมาณการฯและราคาเป้าหมาย
- Advertisement -