บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
AEON Thana Sinsap (AEONTS.BK/AEONTS TB)*
คุณภาพสินทรัพย์กดดันให้ credit cost สูงขึ้น (Underperform Maintained)
Event
ประมาณการกำไร 2Q69F (มิถุนายน – สิงหาคม 2569) และ อัพเดตแนวโน้ม
Impact
ประมาณการกำไร 2Q69F
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ AEONTS ใน 2Q69F (สิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2569) จะอยู่ที่ 701 ล้านบาท (-12% QoQ และ -11% YoY) โดยกำไรที่ลดลงทั้ง QoQ และ YoY สะท้อนถึงคชจ.สำรองฯ (credit cost) ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 9.1% ใน 2Q69 (จาก 7.7% ใน 1Q69 และ 9% ใน 2Q68) โดย credit cost ที่เพิ่มขึ้น QoQ สะท้อนว่า credit cost ต่ำเกินไปใน 1Q69 เนื่องจากมีการกลับรายการสำรองหนี้เสียมาเป็นรายได้ ในขณะที่มักจะมีการบันทึก credit cost เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในไตรมาสที่สอง และ สามของปีงบประมาณบริษัท
รายได้มีแนวโน้มอ่อนแอลงตามสินเชื่อที่หดตัว
NII มีแนวโน้มลดลงในช่วงสองปีที่ผ่านมา และ คาดว่าจะลดลงต่อเนื่องใน 2Q69 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยทั้งในประเทศไทย และ กัมพูชากดดันอัตราการขยายตัวของสินเชื่อ เราใช้สมมติฐานว่าสินเชื่อจะหดตัวลงเล็กน้อย 1% QoQ และ 4% YoY หรือ หดตัวลง 2% YTD ซึ่งการชะลอตัวของสินเชื่อน่าจะเป็นแบบกระจายตัว โดยเฉพาะกลุ่ม H/P ซึ่งชะลอตัวลงทั้งใน 1Q69 และ 2Q69F ดังนั้น เราจึงคาดว่า NII จะลดลงเล็กน้อย 0.4% QoQ และ 5% YoY ใน 2Q69F และ ลดลง 5% ในงวด 1H69F ส่วน non-NII น่าจะดีขึ้นเล็กน้อยเพราะรายได้จากการขาย NPL ซึ่งมักจะบันทึกในไตรมาสที่สอง
คุณภาพสินทรัพย์แย่ลง
ถึงแม้ตัวเลข NPL จะทรงตัวในช่วงสองไตรมาสที่ผ่านมา แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยใน 2Q69F โดยเฉพาะ NPL จากสินเชื่อ H/P ซึ่งส่วนใหญ่ปล่อยให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ทั้งนี้ สัดส่วน NPL จากสินเชื่อกลุ่มนี้เร่งตัวขึ้นเป็น 5.6% ของสินเชื่อรวมใน 1Q69 (จาก 5.4% ใน 4Q68) เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ห้านับตั้งแต่ 1Q68 ซึ่งเมื่อพิจารณาอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจที่อ่อนแอของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เราคิดว่า credit cost น่าจะเพิ่มขึ้นเพื่อสะท้อนถึง credit cost ที่กลับมาอยู่ระดับปกติ
คงคำแนะนำขาย โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 98 บาท
เนื่องจากสินเชื่อของ AEONTS ส่วนใหญ่ปล่อยให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ประมาณ 60-70% ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอของลูกค้ากลุ่มนี้จะกดดันแนวโน้มกำไรของ AEONTS โดยในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น AEONTS ได้แรงหนุนจากโครงการซื้อหุ้นคืน (20 เมษายน 2569 ถึง 19 ตุลาคม 2569) ซึ่งเมื่อโครงการนี้จบลงราคาหุ้นน่าจะถูกกดดันเพราะขาดตัวช่วยพยุงราคาหุ้น ทั้งนี้ เมื่ออิงจากประมาณการกำไรใน 2Q69F กำไรสุทธิในงวด 1H69 จะคิดเป็น 48% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำขาย โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569F ที่ 98 บาท (PE ที่ 8.5x)
Risks
เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า, NPLs เพิ่มขึ้น.







