บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย): 

AEON Thana Sinsap (AEONTS.BK/AEONTS TB)*

ผลประกอบการไตรมาส 2/69 – คุณภาพหนี้แย่ลง (Underperform Maintained)

Event

AEONTS รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2026 อยู่ที่ 642 ล้านบาท (-19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า QoQ, -18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน YoY ผลประกอบการนี้ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 18% และต่ำกว่าที่เราประมาณการไว้ 8% โดยมีสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กำไรสุทธิในครึ่งปีแรก (1H26) ลดลง 8% YoY และคิดเป็น 50% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา

Impact

ยอดสินเชื่อยังคงหดตัว – ลดลง 1% QoQ และลดลง 4% YoY

โดยเป็นการลดลงในเกือบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ (H/P) ที่หดตัวแรงถึง -2.7% QoQ และ +11% YoY .อัตราผลตอบแทนและส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยลดลงอย่างรวดเร็ว: ยิลด์ของสินเชื่อ (Loan Yield) และมาร์จิ้นปรับตัวลดลงเกือบ 40 bps QoQ และประมาณ 70 bps YoY เนื่องจากลดลงของสินเชื่อเช่าซื้อซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนสูง ในขณะที่ต้นทุนทางการเงิน (Funding Cost) ยังคงทรงตัว

คุณภาพหนี้เสื่อมถอยลง

หนี้เสีย (Gross NPLs) เพิ่มขึ้น 5% QoQ และ 9% YoY โดยเป็นการเสื่อมถอยในทุกกลุ่มสินเชื่อภายในประเทศรวมถึงในประเทศกัมพูชา ซึ่งทำให้คชจ.สำรองฯหรือต้นทุนเครดิต (Credit Cost) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9.8% ในไตรมาส 2/2026 (สูงกว่าที่เราคาดไว้ที่ 9.1%) และอยู่ที่ 8.7% ในครึ่งปีแรก นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนเครดิตเพิ่มเติมจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC) อีกประมาณ 100 ล้านบาทในไตรมาสนี้ (กระทบต่อ Credit Cost ราว 50 bps) ซึ่งหากไม่รวมรายการพิเศษนี้ ต้นทุนเครดิตที่แท้จริงก็ยังเป็นเทรนด์ขาขึ้นมาอยู่ที่ 9.3% (เพิ่มขึ้นจาก 9.1% ในไตรมาส 2/2025)

คงคำแนะนำ Underperform ด้วยราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 98.00 บาท

พอร์ตสินเชื่อของ AEONTS มีความกระจุกตัวสูงในกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้น้อย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60-70% ของสินเชื่อทั้งหมด สภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอในกลุ่มลูกค้าเป้าหมายนี้จะยังคงเป็นแรงกดดันต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทต่อไปนอกจากนี้ ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น AEONTS ได้รับการพยุงไว้จากโครงการซื้อหุ้นคืน (20 เม.ย. – 19 ต.ค. 2026) ดังนั้น การสิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืนนี้อาจสร้างแรงกดดันด้านราคาในฝั่งขาลง (Downside) ต่อหุ้นได้ เราจึงคงคำแนะนำ Underperform ที่ราคาเป้าหมาย 98.00 บาท (อ้างอิง PER 8.5 เท่า)

ปัจจัยเสี่ยง: NPL ที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนเครดิต (Credit Cost) ที่สูงขึ้น

- Advertisement -