KS Daily View 12.10.2026 >>> เกาะติด IMF–World Bank ลุ้นหนุน SET ฟื้นตัว เน้นสะสมหุ้นรับธีมลงทุน กรอบ SET วันนี้ที่ 1,570 – 1,590 จุด แนะนำ GULF, BAY

Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สัปดาห์นี้ประเมิน SET Index คาดแกว่งในกรอบ 1,560-1,600 จุด โดยเริ่มเข้าสู่ช่วงรายงานผลประกอบการ โดยสัปดาห์นี้แนะติดตามงบ JPMorgan, Goldman Sachs, Citigroup, BofA, Morgan Stanley, ASML และ TSMCส่วนไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลประกาศงบเช่นกัน จับตากลุ่มธนาคาร โดย TISCO จะรายงานเป็นรายแรก ขณะที่ธนาคารอื่นจะทยอยรายงานในสัปดาห์ถัดไป ส่วนด้านตัวเลขเศรษฐกิจ ติดตาม CPI และ Core CPI สหรัฐฯ เดือน ก.ย. ซึ่งคาดที่ 3.6% และ 2.5% YoYตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าวจะมีผลต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยของ Fed และ US Bond Yield ส่วนปัจจัยในประเทศ จับตาการประชุม IMF–World Bank ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค.งานดังกล่าวคาดหนุนการใช้จ่ายระยะสั้นและเปิดโอกาสดึง FDI ใน Data Center, Semiconductor, EV และพลังงานสะอาด โดยกลยุทธ์การลงทุนเน้นทยอยสะสมหุ้นแนวโน้มกำไรฟื้นตัวดี และ Valuation น่าสนใจ โดยเลือก BAY, ITC, GULF, WHA เป็นหุ้นเด่นในสัปดาห์นี้

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,577.65 จุด +0.45% แรงซื้อมากในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง และปิโตรเคมี ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,570–1,590 จุด เข้าสู่ช่วงรายงานผลประกอบการในช่วง 3Q26 แนะจับตาการรายงานกำไรหุ้นรายตัวและการ Preview อีกทั้งยังแนะเกาะติดการประชุม IMF–World Bank ซึ่งคาดเป็นโมเมนตัมบวกต่อ SET กลยุทธ์เน้นสะสมหุ้นที่อิงธีมการลงทุน โดยวันนี้แนะนำ GULF, BAY

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. ไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank วันที่ 12–18 ต.ค. 2569 คาดผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน สร้างเงินหมุนเวียนราว 1,050–2,250 ล้านบาท ผ่านการใช้จ่ายด้านโรงแรม ร้านอาหารและการท่องเที่ยว พร้อมใช้เวทีนี้นำเสนอศักยภาพด้านดิจิทัล พลังงานสะอาด AI และ EV เพื่อดึงดูด FDI ระยะยาว ประเมินเป็นบวกระยะสั้นต่อกลุ่มโรงแรม ท่องเที่ยว ร้านอาหารและศูนย์ประชุม เช่น CENTEL, ERW, AWC ผ่านอัตราเข้าพักและการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ผลต่อกำไรรวมมีแนวโน้มจำกัดเนื่องจากเป็นกิจกรรมระยะสั้น
  2. กลุ่มฮูตีโจมตีสนามบินคิงคาลิดในกรุงริยาดเป็นครั้งที่ 3 ในรอบสัปดาห์ ส่งผลให้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย บาดเจ็บกว่า 300 ราย และการบินหยุดชะงัก ขณะที่ซาอุฯ เตรียมตอบโต้และประธานาธิบดีทรัมป์ส่งสัญญาณอาจส่งกองทัพสหรัฐฯ เข้าร่วม ทำให้ความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะขยายวงเพิ่มสูงขึ้น มองเป็นบวกเชิงเก็งกำไรต่อ PTTEP จากความเสี่ยงราคาน้ำมันพุ่ง แต่กดดัน AOT, AAV, BA, THAI จากความเสี่ยงเส้นทางบินและต้นทุนพลังงานเพิ่มขึ้น
  3. รัฐบาลเดินหน้าระบบตั๋วร่วม โดยให้ KTB ยื่นขอใบอนุญาตบริหารศูนย์จัดการรายได้กลาง (CCH) พร้อมเตรียมใช้อัตราค่าแรกเข้าไม่เกิน 17 บาท และค่าโดยสารรวมสูงสุด 45 บาทต่อเที่ยว รวมถึงทบทวนแผนพัฒนาระบบปี 2569–73 และจัดตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด เพื่อกำหนดมาตรฐานเทคโนโลยี สูตรค่าโดยสาร และขยายระบบสู่ภูมิภาค มองเป็นบวกต่อ KTB จากบทบาทผู้บริหาร CCH และอาจหนุนจำนวนผู้โดยสารของ BTS, BEM แต่ต้องติดตามสูตรแบ่งรายได้และเงินชดเชย
  4. กยท.คาดราคายางพาราทุกประเภทช่วงวันที่ 12–16 ต.ค. 2569 ปรับตัวขึ้น โดยยางแผ่นรมควันชั้น 3 อาจแตะ 92 บาท/กก. และน้ำยางสด 89 บาท/กก. จากราคาตลาดล่วงหน้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นและฝนตกกดดันผลผลิต อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามเศรษฐกิจจีน ราคาน้ำมัน และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประเมินเป็นบวกต่อผู้ผลิตยางต้นน้ำอย่าง STA, TEGH และ NER จากราคาขายที่สูงขึ้น แต่อาจกดดันอัตรากำไรของผู้ผลิตถุงมือยาง เช่น STGT หากส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบได้ไม่ทัน

Daily pick

GULF: ราคาพื้นฐาน 79.00 บาท

  • มุมมองเชิงบวกต่อ GULF จากโอกาสเติบโตในธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะดีมานด์ไฟฟ้าจาก Data Center ที่เร่งตัวขึ้นในไทย
  • Upside หลักมาจาก Renewable, Direct PPA และ Data Center โดย GULF ตั้งเป้า Direct PPA 2–3GW และพัฒนา Data Center มากกว่า 10 โครงการ พร้อมเป้ากำลังการผลิต 1–2GW ภายในปี 2573
  • PDP2026 หนุนการเติบโตระยะยาว จากโอกาสเพิ่มกำลังผลิตทั้ง Renewable และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ

BAY: ราคาพื้นฐาน 49.00 บาท

  • FDI หนุนสินเชื่อ: BAY ได้ประโยชน์จากวัฏจักรลงทุนรอบใหม่และเครือข่าย MUFG หนุนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ พร้อมโอกาสเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม
  • กำไร–ROE ฟื้นตัว: CASA เพิ่มขึ้นช่วยลดต้นทุนเงินทุน ขณะที่การควบคุมค่าใช้จ่ายและ credit cost ที่ลดลงจะหนุนกำไรปี 2569–71 เติบโต 6.6%/11.9%/8.5%
  • คง “ซื้อ” TP 49 บาท: มี upside 36% และ DY ราว 5% ขณะที่ PBV เพียง 0.6 เท่า ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับแนวโน้ม ROE ที่ฟื้นสู่ 8.7% ในปี 2571

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

  • วันจันทร์ ติดตามการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ จัดระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569
  • วันอังคาร ติดตาม ยอดขายบ้านมือสอง US เดือน ก.ย.
  • วันพุธ ติดตามดัชนีเงินเฟ้อ US CPI เดือน ก.ย. คาดที่ +3.6%YoY จาก 3.4% ในเดือน ส.ค. ส่วน US Core CPI คาดที่ 2.5%YoY จาก 2.4% ในเดือน ส.ค. และ ดัชนี CPI & PPI ของจีน เดือน ก.ย.
  • วันพฤหัสบดี ติดตามยอดค้าปลีก US เดือน ก.ย. ,ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US, ดัชนี US PPI & Core PPI, สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ US และ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยูโรโซน เดือน ก.ย.
  • วันศุกร์ ติดตามผลผลิตภาคอุตสาหกรรม US เดือน ก.ย., ดัชนี CPI ของยูโรโซน เดือน ก.ย. คาดที่ 3.8%YoY และ Core CPI ที่ 2.5%
- Advertisement -