แนวโน้มตลาดหุ้น ธีมการลงทุน และปัจจัยสำคัญ (รักพงศ์ ไชยศุภรากุล, IAA เลขทะเบียนฯ: 19838)
แกว่งลงต่อ… จิตวิทยาหุ้นเทคฯ เป็นลบ และปัจจัยอื่นๆ ยังไม่แน่นอน
เมื่อวันจันทร์ ตลาดหุ้นไทยปรับลงแรงกว่าที่เราประเมินเล็กน้อย… ดัชนีฯ ปิดลบ 0.37% เนื่องจาก i) ราคาหุ้นใหญ่สุดในตลาดฯ ได้แก่ DELTA* ลดลง 2.24% และถ่วงดัชนี -5.94 จุด หลังจาก Delta Taiwan ถูกร้องเรียนกรณีสิทธิบัตรจากทางสหรัฐฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ระบบจ่ายไฟ ii) หุ้นกลุ่มโรงกลั่นถูกกดดันค่อนข้างมาก จากข่าวรัสเซียพร้อมเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซล ขณะที่ทางการจีนเตรียมกลับมาส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป เร็วๆ นี้
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธ แกว่งลงต่อ… ปัจจัยการลงทุนในวันนี้ ได้แก่ i) มีโอกาสที่หุ้น DELTA* จะยังคงมีจิตวิทยาเชิงลบจากการลงหนักของหุ้นเทคฯ ในเอเชียเมื่อวานนี้ โดยปัจจัยกระตุ้นหลักได้แก่ข่าว บ.CXMT ของจีนสามารถผลิตหน่วยความจำรุ่นใหม่ที่ทัดเทียมกับคู่แข่งระดับโลกเช่น Samsung และ SK Hynix ii) นักลงทุนส่วนใหญ่ยังรอดูสถานการณ์ของปัจจัยหลักๆ เช่นความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นระหว่างซาอุฯ และกลุ่มฮูตีส์ รวมทั้งทิศทางของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือน ก.ย. ออกมาในค่ำวันนี้ เวลาบ้านเรา
ด้านปัจจัยอื่นๆ ที่น่าติดตาม และอาจโยงมาที่ธีมของการลงทุนได้… มีดังนี้ i) ติดตามว่าหลังประชุม IMF-World Bank จะมีการเร่งประกาศเกณฑ์การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เร็วขนาดไหน รวมทั้งประเด็นที่ล่าช้าออกไปแล้ว เช่นเกณฑ์การลงทุนในบัญชี TISA ii) เมื่อวานนี้ IMF แถลงประมาณการเศรษฐกิจโลกรอบใหม่ ปรับเพิ่ม GDP ไทยปีนี้เป็น +2.1% (เดิม +1.9%) แต่ปี 2570 ลงมาเป็น +2.1% (เดิม +2.2%)
หุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ (สุโชติ ถิรวรรณรัตน์, IAA เลขทะเบียนฯ: 28668)
หุ้นงบดี BEM*, SCGP* / รับการลงทุน FDI: WHA*
BEM* (เป้าพื้นฐาน 8.4 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มกำไร 3Q69 Peak ของปี และ Sentiment บวกจากนโยบายภาครัฐฯ* ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 3Q69 จะเป็นจุดสูงสุดของปีทั้งจากธุรกิจหลัก (รถไฟฟ้า MRT + ทางด่วน) และรายได้เงินปันผลจาก TTW* ขณะที่ประเมิน Sentiment บวกจากนโยบายตั๋วร่วม 17-45 บาท (เริ่ม ม.ค.70) และการสรุปโครงการทางด่วน Double deck (คาดเสนอ ครม. เดือน ธ.ค.นี้) 2) ประเมินเริ่มสร้างฐานหลังพักฐานทดสอบค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 6.3 บาท / แนวต้าน 6.45 – 6.55 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 6.7 บาท (Stop loss 6.1 บาท)
SCGP* (เป้าพื้นฐาน 37 บาท) 1) ประเมินกำไร 3Q69 โตดี YoY* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 = 2 พันล้านบาท (+110% YoY -13% QoQ) โดยกำไรคาดว่าจะฟื้นตัวเด่น YoY จากอัตรากำไรที่ดีขึ้น + Fajar ที่เริ่ม Turnaround ต่อเนื่อง 2) Valuation ยังมี Upside Forward PE +/-17 เท่า (ยังต่ำกว่า -1 SD ที่ราว +/-21 เท่า) 3) ประเมินราคาหุ้น Sideway มีโอกาสทดสอบกรอบแนวต้าน + อยู่ระหว่างทดสอบค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ ประเมินแนวรับ 29.25 บาท / แนวต้าน 30.5 – 31.25 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-32 บาท (Stop loss 28.5 บาท)
WHA* (เป้าพื้นฐาน 5.95 บาท) 1) ประเมินแนวโน้มกำไร 4Q69 โตเด่น + คาด FDI เข้าไทยต่อเนื่อง* ฝ่ายวิจัยฯประเมินแนวโน้มกำไรจะ Peak ใน 4Q69 จากยอดโอนที่ดินที่คาดมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่คาดหวังความชัดเจนร่างกฎเกณฑ์การลงทุน Data center ในเดือนนี้ จะปลดล็อก Sentiment การลงทุน ซึ่งจะทำให้เม็ดเงิน FDI ไหลเข้าไทยต่อเนื่องในปี 2570 2) Valuation มี Upside Forward PE จะลดลงเหลือเพียง 14.6 เท่าบนประมาณการปี 2570 (จาก 18.8 เท่า ปีนี้) … คาดกำไรปี 2570 โต +28% YoY … และคาด Dividend yield ปีนี้ 4.2% 3) ประเมินราคาหุ้นฟื้นตัวหลังพักฐานทดสอบค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 4.96 บาท / แนวต้าน 5.05 – 5.15 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 5.3 บาท (Stop loss 4.82 บาท)
หุ้นมีข่าว
(0) “เอกนิติ” เผยไทยเตรียมนำเสนอ Bangkok Blue print เชื่อมโยงการเงินโลกในเวทีประชุม IMF-WorldBank 2026 เพื่อร่วมปราบปรามสแกมเมอร์ พร้อมชูนโยบายดึงลงทุนต่างชาติดันเศรษฐกิจยกระดับแรงงาน-หนุน SMEs เข้าห่วงโซ่ซัพพลายเชน เชื่อดันเศรษฐกิจไทยเติบโตไม่ต่ำกว่า 3%
(+) นางซิลวานา เทนเรโร (Silvana Tenreyro) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)กล่าวระหว่างแถลงรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ฉบับล่าสุด ในงานการประชุมผู้นำระดับโลก IMF-WorldBank 2026 ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ประเทศไทย โดยได้ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียว่าเป็นภูมิภาคที่มีการขยายตัวสูงที่สุดในโลกและมีความยืดหยุ่นแข็งแกร่งอย่างยิ่ง แม้ต้องเผชิญปัจจัยท้าทายจากการเป็นผู้นำเข้าพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์สุทธิ แต่ได้รับการชดเชยอย่างมหาศาลจากกระแสความต้องการด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI Boom) สำหรับประเทศไทย IMF มองว่า หลังจากที่ไทยเผชิญกับภาวะเงินฝืด (Deflation) ในปีที่ผ่านมา ในปีนี้เศรษฐกิจไทยกำลังทยอยฟื้นตัวและก้าวพ้นจากภาวะเงินฝืดดังกล่าว อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ คาดการณ์ว่าจะขยายตัวอยู่ที่ 2.1% ในปีนี้
(+) AOT เดินหน้าเพิ่มศักยภาพสุวรรณภูมิ สู่ “คาร์โก้ฮับภูมิภาค” หลังลงนาม AOTGA เป็นผู้ให้บริการภาคพื้น – คลังสินค้ารายที่ 3 เร่งพัฒนาระบบออนไลน์ พร้อมเดินหน้าอาคารผู้โดยสารทิศใต้เพิ่มขีดสามารถรับผู้โดยสาร 120 ล้านคนต่อปี ขณะเดียวกัน AOT อยู่ระหว่างพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์กลางเชื่อมโยงผู้ให้บริการคลังสินค้า, กรมศุลกากร, และผู้ให้บริการคลังสินค้าสู่ระบบดิจิทัล ช่วยลดระยะเวลาดำเนินพิธีการศุลกากร เพิ่มความคล่องตัวในการรับส่งสินค้า และทำให้ใช้พื้นที่คลังสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น
หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
-
โรงไฟฟ้า + Data center: ASEFA (Trailing stop 7.0 บาท) EPG* (Stop loss 6.10 บาท) ALT (Stop loss 1.66 บาท) GULF* (Stop loss 59 บาท) GPSC* (Stop loss 48 บาท) BGRIM* (Stop loss 18.3 บาท) DELTA* (Trailing stop 257 บาท) HANA* (Stop loss 50 บาท)
-
พลังงานและปิโตรเคมี: PTTGC* (Trailing stop 50.5 บาท) BBGI (Trailing stop 6.4 บาท)
-
ท่องเที่ยว: AWC* (Stop loss 2.98 บาท)
-
หุ้นรับงบฯ 3Q: ADVICE (Stop loss 6.85 บาท) NTF (Stop loss 12.6 บาท) BCH* (Stop loss 11 บาท) ITC (Stop loss 16.3 บาท)
-
Stop loss / Trailing stop: CK* (แนะนำ 30 ก.ย.)
- WHA แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 5.95 บาท* จากการประชุม Conference call ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินบริษัทฯ จะได้รับประโยชน์จากกฎระเบียบ Data Center (เร็วๆนี้) ซึ่งจะปลดล็อกดีมานด์จากนักลงทุน และหนุนยอดขายที่ดินสำหรับ Data center ซึ่งจะมีอัตรากำไรสูงกว่าปกติเฉลี่ย 15-30% ทั้งนี้คาดยอดโอนที่ดินใน 4Q69 มีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่และคาดแนวโน้มผลการดำเนินงานจะดีขึ้นต่อเนื่องในปี 2570 ยังคงประมาณการและคำแนะนำ “ซื้อ”
- กลุ่ม Non-Bank น้ำหนักลงทุน “น้อยกว่าตลาดฯ” ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 3Q69 ของกลุ่มฯจะยังคงอ่อนแอ เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอ และ NPL ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Credit cost เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นที่ปรับลง Underperfrom ตลาดฯในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มี Upside จากราคาเป้าหมายทั้ง MTC* (เป้าพื้นฐาน 33 บาท แนะนำ “ถือ”) และ SAWAD* (เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท แนะนำ “ซื้อ”) แต่ฝ่ายวิจัยฯยังคงมุมมองลบต่อปัจจัยพื้นฐานในระยะยาว จึงยังคงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มนี้ “น้อยกว่าตลาดฯ” … อาจรายละเอียด Preview งบ 3Q69 หุ้นรายตัวในบทวิเคราะห์ฉบับเต็มเพิ่มเติม









