บล.ฟิลลิป:
กรุงเทพดุสิตเวชการ – BDMS
คาดการณ์กำไรหลักทำจุดสูงสุดของปี (BDMS TB)
Key Point
เราคาดกำไรหลัก 3Q69 ที่ 4,551 ลบ. (+43.3% q-q, +5.4% y-y) ซึ่งทำจุดสูงสุดของปี สนับสนุนจากปัจจัยฤดูกาล และการฟื้นตัวของรายได้จากทั้งกลุ่มผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยคาด GPM ปรับตัวขึ้นสู่ 37.2% และ EBITDA Margin ที่ 25.7% สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยคาดมีจำกัด ดังนั้น เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าพื้นฐานที่ 25.00 บาทต่อหุ้น จากแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการ ประกอบกับ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E 17.6x ซึ่งต่ำกว่า -1SD ที่ 19.9x และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 28.5x
คาดการณ์กำไรหลัก 3Q69E ทำจุดสูงสุดของปี
เราคาดการณ์กำไรหลัก 3Q69E ที่ 4,551 ลบ. (+43.3% q-q, +5.4% y-y) โดยคาดเป็นระดับสูงสุดของปี 2569E โดยที่การเติบโตในเชิง q-q สะท้อนจากการฟื้นตัวของรายได้ในช่วงปัจจัยฤดูกาล ประกอบกับฐานกำไรที่ต่ำใน 2Q69 ในด้านความสามารถในการทำกำไร เราคาด GPM ปรับตัวขึ้นสู่ 37.2% (vs. 37.0% ใน 3Q68) และ EBITDA Margin ที่ระดับ 25.7% (vs. 25.6% ใน 3Q68) ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ประมาณการของเรา 9M69E อยู่ที่ 11,785 ลบ. คิดเป็น 70.4% ของประมาณการกำไรหลักทั้งปีที่ 16,741 ลบ.
รายได้ 3Q69E ฟื้นตัวโดดเด่นจากทั้งกลุ่มผู้ป่วยนอก และผู้ป่วยใน
เราคาดการณ์รายได้จากกิจการโรงพยาบาล 3Q69E ที่ 29,365 ลบ. (+13.3% q-q, +7.3% y-y) แบ่งเป็น รายได้จากผู้ป่วยนอก (OPD) ที่ 14,491 ลบ. (+10.3% q-q, +7.5% y-y) สะท้อนแรงสนับสนุนจากปัจจัยฤดูกาลซึ่งฤดูฝนมาเร็วกว่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับ รายได้จากผู้ป่วยชาวไทยในเดือน ก.ค. 69 เร่งตัวขึ้น +9% y-y และการระบาดของโรคทั่วไป เช่น ไข้หวัดใหญ่ และ Covid-19 ขณะที่ รายได้ผู้ป่วยใน (IPD) ที่ 14,874 ลบ. (+16.4% q-q, +7.2% y-y) สนับสนุนจากความซับซ้อนของโรคที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะการรักษาโรคมะเร็ง และการผ่าตัด ประกอบกับสัญญาณการเติบโตของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เข้ารับรักษามากขึ้น นำโดย เมียนมา สหรัฐอเมริกา และ สหราชอาณาจักร รวมถึง ผู้ป่วยจากตะวันออกกลางที่ฟื้นตัว ทำให้สัดส่วน OPD:IPD อยู่ที่ระดับ 49:51 ตามลำดับ
ผลกระทบสถานการณ์อุทกภัยมีจำกัด
เราได้ติดต่อไปยังนักลงทุนสัมพันธ์ พบว่า สถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่ปลายเดือน ก.ย. 69 ยังไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญกับสินทรัพย์ของ BDMS โดยเราเชื่อว่าผลกระทบต่อรายได้มีจำกัด หากความต้องการเข้ารับรักษาที่ชะลอออกไปเป็นเพียงการเลื่อนนัดหมาย และผู้ป่วยสามารถกลับมารับบริการได้หลังสถานการณ์คลี่คลาย โดยเฉพาะการรักษาที่วางแผนล่วงหน้า เช่น การผ่าตัด และการรักษาโรคซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์เพื่อประเมินผลกระทบต่อรายได้ และกำไรของ BDMS ในช่วงที่เหลือของปี
คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2569E ที่ 25.00 บาทต่อหุ้น
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่มูลค่าพื้นฐาน ณ สิ้นปี 2569E ที่ 25.00 บาทต่อหุ้น จากแนวโน้มผลประกอบการ โดยคาดกำไรหลัก 3Q69E จะทำจุดสูงสุดใหม่ สนับสนุนจาก ปัจจัยฤดูกาลที่เอื้อต่อความต้องการเข้ารับรักษา และการฟื้นตัวของทั้งผู้ป่วยไทย และต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคซับซ้อน ประกอบกับ ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E 17.6x ซึ่งต่ำกว่า -1SD ที่ 19.9x และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ 28.5x







