บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับสากลที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PhillipCapital จากประเทศสิงคโปร์

CPI มันแรงเกินไป เกินทนรับไหว ใครจะทน // 1,560–1,580

คาด SET Index Sideways Down: ด้วยแรงกดดัน น จากตัวเลข CPI สหรัฐที่เร่งตัว และ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงการปรับเปลี่ยนมาตรการใหม่ 8 มาตรการของตลาดหลักทรัพย์ จึงอาจมีแรงขายลดเสี่ยงเข้ามาก่อนถึงวันหยุดพิเศษต่อเนื่องกับสุดสัปดาห์

กลยุทธ์การลงทุน

1) คาดผลการดำเนินงาน 3Q69 เติบโต: BH, GFPT, KBANK, KKP, KTC, MTC, TISCO, TRUE, TTB, DELTA

2) ราคาน้ำมันดิบเร่งตัว : BCP, PTTGC, TOP, SPRC, PTT, PTTEP

3) ส่งออกและเกี่ยวข้อง: ITC, STA, TU

4) Selective Play : CBG, COM7, ILM, SCC, SINGER, STECON, TASCO, WHA

  • CPI สหรัฐเร่งตัว กลับมากลัวเงินเฟ้อ : ตัวเลข CPI สหรัฐเดือน ก.ย.69 ออกมาเร่งตัวขึ้น 3.7%y-y และ 0.6%m-m เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 3.4%y-y และ 0.4%m-m ขณะที่ Core CPI เห็นการขยายตัวแบบ m-m เท่ากับในเดือนก่อนที่ 0.3% แต่ภาพ y-y ยังเห็นการเร่งตัวสู่ระดับ 2.6% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 2.4% โดยรวมตลาดตีความภาพดังกล่าวในเชิงลบ เนื่องจากพบว่าองค์ประกอบในส่วนของราคาน้ำมัน เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ CPI เร่งตัวขึ้น และ ปัจจุบันระดับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ 94.59 ยังสูงกว่าราคาปิดในเดือนก่อน ระยะถัดไปจึงเป็นไปได้ที่จะยังเห็นการขยายตัวของ CPI แบบ m-m ตลาดหุ้นสหรัฐตอบรับในเชิงลบ โดย Nasdaq ปรับตัวลงถึง 1.88% มองเป็นแรงกดดันตลาดหุ้นไทยด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดีมองหุ้นที่จะทยอยประกาศผลประกอบการออกมาดี เช่น กลุ่มธนาคาร ชิ้นส่วนอิเล็ก และ การเงิน ยังสามารถเข้าซื้อในจังหวะย่อได้ เพื่อรอรับผลบวกจากการประกาศงบ 3Q
  • แรงขายก่อนวันหยุด : วันนี้เป็นวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์นี้ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงวันหยุดพิเศษรับการจัดประชุม IMF ทำให้มีวันหยุดต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 16-18 ต.ค.69 ซึ่งตลาดยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจาก 1) ประเด็นสงครามในตะวันออกกลางที่กลับมาทำให้ราคาน้ำมันดิบเร่งตัวยืนเหนือระดับ 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ทิศทาง Bond Yields สหรัฐยังมีโอกาสผันผวนรับความกังวลในทิศทางอัตราเงินเฟ้อ 2) การเริ่มมาตรการใหม่ 8 มาตรการของตลาดหลักทรัพย์ ทั้งการปรับ Tick Size การปรับค่าธรรมเนียมการซื้อขายสำหรับคำสั่งซื้อที่ไม่ถูกจับคู่ รวมถึง การขายชอร์ตที่เปลี่ยนเกณฑ์การควบคุมใหม่ ซึ่งนักลงทุนบางส่วนอาจกังวลถึงการบังคับใช้มาตรการใหม่ และ ในคืนนี้คำสั่ง Overnight ทั้งหมดจะถูกยกเลิก ดังนั้นจากปัจจัยทั้ง 2 จึงอาจมีแรงขายออกมาเพื่อจำกัดความเสี่ยง
  • ปัจจัยอื่นๆที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า : US- S&P Global Services and Manufacturing PMI (Oct)/ Building Permits (Sep)/ Housing Starts (Sep), CN- GDP (Q3)/ Industrial Production (Sep)/ Chinese Unemployment Rate (Sep)

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(+) ส.อ.ท. เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ก.ย. 69 ขยับขึ้นแตะ 90.70 รับอานิสงส์จากโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งช่วยหนุนกำลังซื้อ นอกนอกจากนี้ยังรับผลบวกจากมาตรการลดค่าไฟ คำสั่งซื้อปลายปี และ ยอดขาย EV ที่พุ่งแรง

(+) ASML เผยลูกค้าบางรายเริ่มแสดงความสนใจที่จะสั่งซื้อเครื่องจักรสำคัญสำหรับผลิตเซมิคอนดักเตอร์ล่วงหน้ายาวไปจนถึงปี 2573 เป็นบวกต่อหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ

(-) ส.อ.ท. ชี้อุทกภัยใน 14 จังหวัด กระทบอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน ประเมินความเสียหายสมาชิกกว่า 6,000-7,000 ล้านบาท ครอบคลุมเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า วัตถุดิบ สินค้าคงคลัง การผลิต และโลจิสติกส์

(-) IMF เตือนฐานะการคลังทั่วโลกถดถอยลงประมาณ 1.4% ของ GDP เมื่อเทียบกับประมาณการเมื่อ 6 เดือนก่อน และสัดส่วนหนี้สาธารณะทั่วโลก ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจนแตะ 100% ของ GDP ภายในสิ้นทศวรรษนี้

Picks of the day

DELTA (BUY)

  • เป้าหมาย: 267.00 / 275.00
  • แนวรับ: 253.00 / 258.00
  • คาดกำไร 3Q69 สูงขึ้น y-y และ q-q: คาดกำไร 3Q69 ที่ 8,319 ลบ. +11.8%y-y และ +37.0%q-q เป็นภาพฟื้นตัวในมุม q-q ได้เด่นจาก 2Q69 เป็นฐานต่ำ มีเร่งส่งมอบสินค้า AI & data center ได้มากขึ้นกว่าไตรมาสก่อนหน้า ส่วนสินค้าใหม่อุปกรณ์ Liquid cooling เร่งตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภาพตลาดยังเกิดปัญหา Global material shortage อยู่ แต่บริษัทมีการจัดหาซัพพลายใหม่ จัดหาวัตถุดิบเพื่อส่งมอบได้ดีขึ้นกว่าไตรมาสก่อนหน้า
  • Catalyst ระยะสั้นงบ 3Q69 เด่น บวกกับแรงหนุนจากผลประกอบการหุ้นเทคฯสหรัฐฯ: Catalyst ระยะสั้นผลประกอบการ 3Q69 ฟื้นตัวได้ดี และกำลังจะเริ่มเข้าสู่ Earning season ประกาศงบกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือน ต.ค. ธีม AI หนุนความต้องการ power solution
KKP (BUY)
  • เป้าหมาย: 116.50 / 118.50
  • แนวรับ: 110.50 / 112.50
  • คาดกำไร 3Q69 เติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม: คาด KKP จะมีกำไร 3Q69 2.4 พันลบ. เพิ่มขึ้น 43.6% y-y จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นต่อจากธุรกิจตลาดทุน และมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง และคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นด้วย 13% q-q จากรายได้ดอกเบี้ย และรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มสูงขึ้น
  • แนวโน้ม 4Q69 ยังโตได้ต่อ: เราคาดว่า KKP จะมีสินเชื่อ 3Q69 เติบโตได้ 3.8% ytd ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่คาดไว้ที่ 2.2% และคาด 4Q69 จะเติบโตได้ต่อ เนื่องจากปกติเป็น High season ของการปล่อยสินเชื่อ และยังมีงาน Motor Expo ช่วยหนุน นอกจากนี้ทางด้านธุรกิจตลาดทุนจะได้รับผลบวกจากช่วงลดหย่อนภาษี
- Advertisement -