บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (KGI) ผู้นำบริการโบรกเกอร์ ซื้อขายหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ ใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) และการบริหารความมั่งคั่งชั้นนำ

บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Transportation Sector

จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง WoW ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (Overweight‧Maintained)

Event

Update สถิติการท่องเที่ยวรายสัปดาห์ (สัปดาห์ที่ 41 ของปีในช่วงวันที่ 4–10 ต.ค. 69)

Impact

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติล่าสุดชะลอตัวลง

ช่วง 4–10 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ 483,375 คน ลดลง 39,157 คน (-7.49% WoW) หรือเฉลี่ย 69,054 คนต่อวัน จำนวนนักท่องเที่ยวโดยรวมที่ลดลงในรอบสัปดาห์เป็นเพราะสิ้นสุดวันหยุดยาวของตลาดระยะไกลเป็นหลัก (โดยเฉพาะตลาดหลัก ๆ ในเอเชีย) โดยที่ตลาดจีน มีจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 41.56% WoW เหลือ 78,279 คน หลังสิ้นสุดช่วงหยุดยาววันชาติจีน (golden week) แต่ไต้หวันเป็นข้อยกเว้น โดยจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 9.09% WoW (18,710 คน) จากวันหยุดวันชาติไต้หวัน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไต้หวันขยับขึ้นจากอันดับ 7 มาอยู่อันดับ 5 ของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยมากที่สุดในรอบสัปดาห์ ในส่วนของตลาดระยะไกลพบว่าการเติบโตแข็งแกร่ง โดยจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน (7.33% WoW) ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียเพิ่มขึ้นโดดเด่น 15.36% WoW (25,754 คน) นอกจากนี้ ตลาดระยะไกลในทุกภูมิภาคยังเติบโตดี ได้แก่ ยุโรป (+11.46% WoW) ทวีปอเมริกา (+13.15% WoW) และตะวันออกกลาง (+7.90% WoW) หลัก ๆ จากการเริ่มเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาวซึ่งกระตุ้นอุปสงค์การเดินทางมายังประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อช่วง high season ของการท่องเที่ยวไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้า (4Q69F และ 1Q70F) หนุนจากอุปสงค์ตามฤดูกาลที่แข็งแกร่งตามปกติ ตามสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาชี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมที่เดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่ 1 ม.ค. ถึง 10 ต.ค. 69 อยู่ที่ 23.94 ล้านคน (-4.04% YoY) สร้างรายได้ 1.17 ล้านล้านบาท (-2.47% YoY) ปัจจุบัน เรายังคงประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2569F ไว้ที่ 32.1 ล้านคน (-2.7% YoY)

5 อันดับแรกของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุดในสัปดาห์ที่ 41:

  • จีน: 78,279 คน (-41.56%)
  • มาเลเซีย: 57,730 คน (-3.58%)
  • อินเดีย: 43,238 คน (-7.89%)
  • รัสเซีย: 25,754 คน (+15.35%)
  • ไต้หวัน: 18,710 คน (+9.09%)

คาดกำไร 3Q69F ของบริษัทขนาดใหญ่ดีขึ้น QoQ

ช่วง 3Q69F เราคาดว่ากำไรของผู้ประกอบการขนส่งทางอากาศส่วนใหญ่ (AOT, AAV และ THAI) รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งทางบกอย่าง BTS จะอ่อนตัวลง YoY ยกเว้น AOT จากผลการดำเนินงานช่วง ก.ค.–ก.ย. ได้รับผลกระทบหลักจากปัจจัยต่อไปนี้ i) ราคาน้ำมันยังสูงอยู่หลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน และ ii) ภาคการท่องเที่ยวชะลอตัวตามฤดูกาล ธุรกิจขนส่งทางอากาศจะถูกกระทบมากที่สุดจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทางอากาศ (Jet Fuel) ที่พุ่งขึ้นรวดเร็ว (สูงกว่าเมื่อเทียบ YoY) นอกจากนี้ เรายังมุมมองทางบวกต่อผลประกอบการในช่วง 4Q69F โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสาร อัตราค่าบริการ และอัตราการบรรทุก เนื่องจาก i) การเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง, ii) กลยุทธ์การตั้งราคาตั๋วโดยสารที่สะท้อนต้นทุน และ iii) การบริหาร capacity ที่ดี

Valuation & Action

เราคาดว่ากำไรเบื้องต้น 2H69F ของทั้ง AOT และ THAI จะฟื้นตัวน่าสนใจกว่าบริษัทอื่นในกลุ่ม แม้ catalyst หลักจะแตกต่างกันก็ตาม โดยที่ AOT จะได้ประโยชน์จากการรับรู้ผลบวกเต็มไตรมาสของการปรับเพิ่มค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) ขึ้นเป็น 1,120 บาท/คน (จากเดิม 730 บาท/คน) โดยเริ่มตั้งแต่ 3Q69F เป็นต้นไป ขณะที่ THAI จะยังคงมีกำไร 3Q69F หนุนจาก yield ที่ยังสูงอยู่และอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (cabin factor) ที่เหมาะสม จากนั้นกำไร 4Q69F จะเติบโต QoQ แข็งแกร่งขึ้นจากการเข้าสู่ช่วง high season ของการท่องเที่ยว ทั้งนี้ เรายังคงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มนี้ “มากกว่าตลาด” โดยเลือก AOT เป็นหุ้นเด่น ราคาเป้าหมาย DCF ปี 2570F ที่ 71.00 บาท

Risks

การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โรคระบาด เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า และความวุ่นวายทางการเมือง

- Advertisement -