เก่งหลังเกมส์
SET Index ร่วงแรง 21.50 จุด (-1.37%) ปิดที่ระดับ 1,545 จุด มูลค่าการซื้อขาย 6.9 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับลง 339 บริษัท, ปรับขึ้น 109 บริษัท) ดัชนีปรับลงจากแรงขายหุ้นที่มีปัจจัยลบเฉพาะตัวคล้ายกับเมื่อวานที่ผ่านมานำลงโดย DELTA และ กลุ่มน้ำมันโรงกลั่น ปิโตรฯ (PTTEP, PTTGC, TOP) ส่วนกลุ่มที่ปรับขึ้นมีเพียงกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (STECON, CK)
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ
PTTGC (-8.82%), TOP (-5.36%), SPRC (-4.23%) ร่วงแรงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ปัจจัยลบยังเป็นเรื่องเดิม กังวลการแทรกแซงจากภาครัฐ โดยเฉพาะคำสั่งตัดต้นทุนแฝงออกจากโครงสร้างราคาน้ำมัน นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของเราประเมินกระทบกำไรกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรในปี 2027F เฉลี่ยราว 4-16% เราคงมุมมองเดิมราคาหุ้นที่ปรับลงในช่วง 2 วันนี้สะท้อนปัจจัยเสี่ยงนี้ไปแล้ว
DELTA (-4.74%), KCE (-5.44%), HANA (-3.05%) ผิดหวังงบ Alphabet ต่ำคาด, Free cash flow ติดลบมากขึ้นขณะที่ Capex รายไตรมาสต่ำคาดทั้ง Microsoft และ Alphabet สร้างความกังวลให้กับตลาดเกี่ยวกับ AI Capex Cycle ประกอบกับวันนี้หุ้น DELTA Taiwan ร่วง 4.52% ผิดหวังงบ 3Q26F เป็นจิตวิทยาลบกดดันหุ้น DELTA บ้านเรา
WHA (+2.05%) นักวิเคราะห์เริ่มทยอย preview งบ 3Q26F โทนเป็นบวกสวนทาง AMATA ที่ชะลอตัว หนุนจากยอดโอนขายที่ดินจากนิคม ESIE 5 เร่งขึ้น ซึ่งมีราคาขายต่อไร่และให้มาร์จิ้นสูง ส่งผลบวกโดยตรงกับรายได้และกำไรในไตรมาสนี้









