Fed และ กนง. คงดอกเบี้ยตามคาด ขณะที่ตลาดรอดูตัวเลข PCE และ ผลประกอบการ Big Tech ที่เหลือ หลัง GOOGL รายงานงบผิดคาด ! เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยและการลงทุนใน AI SET แกว่งตัวในกรอบ 1,555-1,575 จุด หุ้นแนะนำ KBANK, WHA
Investment Strategy
สรุปภาพรวมตลาด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (28 ต.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมล่าสุด ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในช่วงที่เหลือของปี พร้อมกันนั้น ตลาดยังติดตามผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการลงทุนในธีม AI
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 52,475.10 จุด เพิ่มขึ้น 97.53 จุด หรือ +0.19% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,743.98 จุด เพิ่มขึ้น 21.38 จุด หรือ +0.28% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,549.85 จุด เพิ่มขึ้น 72.04 จุด หรือ +0.27%
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อยในวันพุธ (28 ต.ค.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ค่อนข้างซบเซา หลังหลายบริษัทรายงานผลประกอบการต่ำกว่าคาด ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อมุมมองเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 644.14 จุด เพิ่มขึ้น 0.46 จุด หรือ +0.07%
สรุปภาพรวมสินทรัพย์อื่นๆ
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (28 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก หลังจากกลุ่มฮูตีโจมตีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย และมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจดำเนินมาตรการทางทหารต่ออิหร่านหลังการเลือกตั้งกลางเทอม
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.88 ดอลลาร์ หรือ 2.88% ปิดที่ 102.78 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.44 ดอลลาร์ หรือ 1.26% ปิดที่ 115.32 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (28 ต.ค.) จากความกังวลว่าการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันอาจทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ โดยตลาดทองคำปิดทำการก่อน Fed ประกาศผลการประชุมอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้ สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 23.00 ดอลลาร์ หรือ 0.56% ปิดที่ 4,051.60 ดอลลาร์/ออนซ์
SET Index
เรามองกรอบ SET Index ที่ 1,555-1,575 จุด ภายหลัง Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00% ตามที่ตลาดคาดการณ์ ปัจจัยที่ต้องติดตามต่อจากนี้ ได้แก่
• ดัชนี PCE ของสหรัฐฯ
• แนวโน้มดอกเบี้ยของ Fed
• ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่
ซึ่งจะเป็นตัวกำหนด Sentiment ของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกในระยะสั้น
หุ้นแนะนำ
KBANK
กำไรสุทธิรวมของธนาคาร 8 แห่งภายใต้การวิเคราะห์อยู่ที่ 5.64 หมื่นล้านบาทใน 3Q26 ลดลง 10.8% yoy แต่ทรงตัว qoq ขณะที่ NPL Ratio ของกลุ่มปรับตัวลดลง qoq จากการลดลงของ Credit Cost และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น KBANK ยังคงเป็นหุ้นเด่นของกลุ่มธนาคาร จากแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อและระดับ ROE ที่แข็งแกร่ง (Take profit: 254.00 / Stop loss: 248.00)
WHA
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q26F อยู่ที่ 834.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.7% qoq และ 31.6% yoy โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและการขายที่ดิน เราคงประมาณการ Presales ปี FY26F ที่ 2,200 ไร่ และคาดว่า Presales จะฟื้นตัวแข็งแกร่งสู่ 753 ไร่ ใน 4Q26F จากยอดขายที่ดินขนาดใหญ่ให้กับลูกค้ากลุ่ม Data Center (DC) และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Take profit: 4.96 / Stop loss: 4.84)









