หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกเผชิญแรงขายรุนแรง หลังผลประกอบการ Intel และ Amazon ต่ำกว่าคาด กระตุ้นความกังวลต่อความคุ้มค่าของการลงทุน AI และ เช้านี้ Kioxia Holdings ต่ำกว่าคาด ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ SET มีแนวโน้มถูกกดดันต่อ หุ้นแนะนำ BDMS, CPALL
Investment Strategy
สรุปภาพรวมตลาด
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงแรงในวันศุกร์ (30 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลงถึง 2.86% ซึ่งเป็นการร่วงลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. ปัจจัยกดดันหลักมาจากผลประกอบการของ Intel และ Amazon ที่ออกมาน่าผิดหวัง ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการลงทุนจำนวนมหาศาลในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,770.31 จุด ลดลง 572.25 จุด หรือ -1.09% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,580.07 จุด ลดลง 140.32 จุด หรือ -1.82% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,437.00 จุด ลดลง 747.73 จุด หรือ -2.86%
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงเช่นกัน จากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก โดยความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนด้าน AI ส่งผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นของกลุ่มผู้ผลิตชิปรายใหญ่ ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 646.75 จุด ลดลง 2.36 จุด หรือ -0.36%
เช้านี้ (2 พ.ย.) ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดลบ หลัง Kioxia Holdings ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของญี่ปุ่นเปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของวัฏจักรการลงทุนด้าน AI
ดัชนีนิกเกอิเปิดที่ 62,972.02 จุด ลดลง 318.09 จุด หรือ -0.50%
สรุปภาพรวมสินทรัพย์อื่นๆ
สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งในวันศุกร์ (30 ต.ค.) จากความกังวลว่าสถานการณ์ความขัดแย้งกับอิหร่านอาจรุนแรงขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ขณะที่เหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทาน ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.76 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ปิดที่ 117.64 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นเช่นกันตามความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์
ด้านสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี จากแรงเทขายสินทรัพย์และความกังวลต่อแนวโน้มการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยี
ทั้งนี้ สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 132.50 ดอลลาร์ หรือ 3.29% ปิดที่ 3,898.90 ดอลลาร์/ออนซ์
SET Index
เรามองกรอบ SET Index ที่ 1,510-1,535 จุด ตลาดยังถูกกดดันจาก Sentiment เชิงลบต่อกลุ่มเทคโนโลยีและ AI หลังผลประกอบการของ Intel, Amazon และ Kioxia Holdings ต่ำกว่าคาด แม้ว่าหุ้นพลังงานอาจได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง แต่ภาพรวมตลาดยังมีแนวโน้มผันผวนจากความกังวลเกี่ยวกับทิศทางการลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยีโลก
หุ้นแนะนำ
BDMS
เราคาดว่ากำไรสุทธิ 3Q26 จะอยู่ที่ 4,724 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% yoy และ 45% qoq โดยได้รับแรงหนุนจาก
• จำนวนผู้ป่วยชาวไทยที่เพิ่มขึ้น
• จำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่เติบโตต่อเนื่อง
• อัตราการครองเตียงที่สูงขึ้น
• การฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น
BDMS ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้น Defensive ที่โดดเด่นในภาวะตลาดผันผวน (Take profit: 19.90 / Stop loss: 19.40)
CPALL
ประมาณการ SSSG ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ความต้องการสินค้าในกลุ่มอาหารและวัสดุก่อสร้างยังมีแนวโน้มเติบโต ขณะที่การใช้จ่ายของกลุ่มรายได้น้อยยังค่อนข้างอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม CPALL ยังคงได้รับประโยชน์จากฐานลูกค้าที่กว้าง การฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น (Take profit: 44.50 / Stop loss: 43.00)









