SET ปิดที่ 1,497.99 จุด -4.10 จุด (-0.27%) มูลค่าการซื้อขาย 8.69 หมื่นล้านบาท กดดันจาก อิเล็กฯ นำโดย DELTA – พลังงานและปิโตรเคมี 

เก่งหลังเกมส์

SET Index  ปิดต่ำ 1500 จุด  –4.1 จุด –0.27%d-d ปิดที่ 1497.99 จุด   มูลค่าการซื้อ-ขายสูงที่  8.69 หมื่นล้านบาท แรงกดดันหลัก  ยังมีแรงขายจากกลุ่มเดิมที่กดดัชนีเมื่อวานคือ กลุ่มชิ้นส่วน DELTA, กลุ่มน้ำมัน PTT, PTTEP กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL ฯลฯโดยหุ้นที่หนุนดัชนี คือ กลุ่ม ICT (ADVANC) กลุ่มขนส่ง (AOT, THAI) กลุ่มค้าปลีก CPALL ฯลฯ  ในทางตรงข้าม 

หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่นคือ 

STECON +1.1%  

ปรับขึ้นจากแนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q26F น่าจะดีกว่าที่เคยคาดไว้เดิม   รายได้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้ง y-y และ q-q จากการรับรู้รายได้ของโครงการ data center เพิ่มขึ้น รวมถึงมีรายได้จากงานก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีม่วง ซึ่งดีกว่าที่เราเคยประเมินไว้ว่ารายได้อาจจะหดตัว q-q ตามฤดูกาล ส่วนผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมเป็นไปอย่างจำกัดคงคำแนะนำซื้อ แนวโน้มผลประกอบการ 3Q26F ที่คาดว่าจะออกมาดีกว่าที่เคยคาดไว้ ผสานภาพราคาน้ำมันดิบที่ลดลง รวมไปถึง DC ที่มีพัฒนาการทางบวกจากภาครัฐ จะหนุนให้นักลงทุนเข้าเก็งกำไรหุ้น STECON มากขึ้น โดยให้ราคาเหมาะสมของ STECON ปี 2027F ที่ 24.90 บาท 

PTT  -2.5%  PTTEP -5.33%  

ปรับลงตามราคาน้ำมันดิบปรับลงแรงต่อเนื่อง ทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือน โดย Brent -8.7%d-d ปิด US$94.62/bbl จากปัจจัยกดดันสำคัญ คือผล US Midterm Elections ที่พรรค Democrats ครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา เพิ่มความคาดหวังว่ารัฐบาล Trump จะถูกกดดันให้เร่งเจรจายุติสงครามสหรัฐ–อิหร่าน  Trump ระบุว่าสหรัฐยังไม่มีแผนโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมในทันที ขณะที่กาตาร์เดินหน้าเจรจาเพื่อหาข้อตกลงสันติภาพ 

MTC +5.93% SAWAD +3.54%  

กลุ่มการเงิน มีจิตวิทยาบวก หนุนจากราคาน้ำมันดิบปรับลงแรงดังกล่าว หนุนมุมมองกำลังซื้อของกลุ่มคนฐานราก ซึ่งเป็นลูกค้าหลักดีขึ้น ผสานกับจิตวิทยาบวกจาก US Bond Yields ปรับลดลง โดย อายุ 2 ปี -3 bps อยู่บริเวณ 4.58% ขณะที่อาบุ 10 ปี ลดลงราว -6 bps อยู่บริเวณ 4.89% บวกต่อกลุ่มการเงินในฝั่งต้นทุน  

GPSC +7.1% GULF +2.46% 

ปรับขึ้นรับมุมมองเชิงบวก โดย GULF  1)คาดกำไรสุทธิ 3Q26F +24%y-y ธุรกิจหลักไฟฟ้าขยายตัวดีต่อเนื่อง หากเป็นไปตามคาดกำไรปกติทั้งปีประเมิน +27.9% มีโอกาสเห็น Upside 2) การขยายการลงทุน Data Center, ธุรกิจเคเบิ้ลใต้น้ำ และโครงการใหม่ภายใต้ PDP26F มอง Upside เปิดมากขึ้นจากผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 3) PER2027F อยู่ราว 20-21 เท่า < LT AVG. ส่วน   GPSC 1) คาดกำไรปกติ 3Q26F ทรงตัวได้ +1%y-y แม้ต้นทุนก๊าซเพิ่มสูง ขณะที่แรงกดดันกำลังลดลง ลุ้นเปิด Upside กำไรปี 2026-27F คาด -2.4% และฟื้น +35% 2)โอกาสขยายธุรกิจไฟฟ้ารองรับ Data Center ที่น่าจะมีข้อจำกัดในสหรัฐฯมากขึ้น 3) PER27F < AVG.

#SETIndex #หุ้นไทย #ตลาดหุ้น #FundFlow #หุ้นไทยวันนี้

#KSS  #Research #บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี #KrungsriSecurities

- Advertisement -