Daily Focus: Value and Defensive Play

2022 SET Target: 1770

ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ปรับตัวลงแรงตามตลาดหุ้นทั่วโลก ปิดลบ 32.56 จุด ณ สิ้นวันแตะระดับ 1,600 จุดตามคาด จากความกังวลเงินเฟ้อสหรัฐฯ และการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED สถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นหนาแน่นต่อเนื่องอีก 3.7 พันลบ.และ 2.6 พันลบ. ตามลำดับ (ต่างชาติ Short Index Futures เร่งขึ้นเป็น 2.8 หมื่นสัญญา)

แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาด SET Index ปรับตัวลงหลุดระดับ 1,600 จุด จากบรรยากาศการลงทุนที่ยังเป็นลบและทดสอบแนวรับหลัก 1,580+- จุดอีกครั้ง โดยปัจจัยกดดันหลักยังอยู่ที่ความกังวลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับสูง ทําให้ตลาดปรับคาดการณ์ว่า FED จะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในสัปดาห์นี้ และมีโอกาสปรับขึ้นรวม 1.75-2% ในการประชุม 3 ครั้งข้างหน้า ซึ่งเข้าข่ายภาวะ Stagflation ส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกจากทุกสินทรัพย์อย่างหนัก ทั้งหุ้น พันธบัตร รวมถึงทองค่า ไหลเข้าถือดอลลาร์สหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่ยังอยู่ระดับสูง ส่วนปัจจัยในประเทศแม้จะเริ่มมีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมากขึ้น แต่ยังไม่รุนแรงและน่ากังวลเท่า โดยหลักๆ ยังอยู่ในหมวดพลังงาน ขณะที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงเติบโตในอัตราเร่งตามการเปิดประเทศ ทําให้คาดว่าจะปรับลงไม่รุนแรงเท่าตลาดอื่นๆ ระยะสั้นสามารถเก็งกำไรลุ้นรีบาวด์ที่ 1,580+- จุด สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ส่วนระยะกลาง-ยาวมองระดับที่น่าสนใจในการเข้าสะสมคือ 1,520-1,560 จุด โดยยังเน้นกลุ่ม Value และ Defensive Play ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าบริการจําเป็น รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยวที่ได้อานิสงส์จากการเปิดประเทศระยะยาว

กลยุทธ์ : เน้นลงทุนหุ้น Value และ Defensive Play ที่แนวโน้มกำไร 2Q22-2H22 แข็งแกร่ง

หุ้นเด่นเดือน มิ.ย. : BCP, CK, CPALL, MAJOR, SAWAD

หุ้นเด่นวันนี้ : TFG

  • แนะนํา “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเป็น 5.70 บาท
  • แนวโน้มกำไร 2Q22 ยังดีต่อ ทั้ง Q-Q และ Y-Y จากปริมาณกลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะไก่ส่งออก และราคาเนื้อสัตว์ยังปรับตัวขึ้นต่อจาก 1Q22 ทั้งไก่และหมู หักล้างผลลบต้นทุนที่ปรับขึ้นได้ทั้งหมด
  • เราคาดกำไรปี 2022 ที่ 2.2 พันลบ +300% Y-Y ราคาเนื้อสัตว์ 3Q22 คาดยังอยู่ในระดับสูง ราคาหุ้นปัจจุบันเทรดที่ PER 13 เท่า ยัง Laggard เทียบกับ GFPT ที่ปัจจุบัน ขยับขึ้นมาเทรดที่ 15 เท่า
  • แนวรับ 4.82//4.60 บาท แนวต้าน 5.30-5.35 บาท

Fund Flow : วานนี้กระแสเงินทุนไหลออกจากภูมิภาคเร่งตัวขึ้นเป็น US$2,175 ล้าน แต่กระจุกที่ไต้หวัน US$1,757 ล้าน รองลงมาคือเกาหลีใต้ US$349 ล้าน ส่วนอาเซียนเม็ดเงินไหลออก นำโดยไทย US$74 ล้าน มีเพียงอินโดนีเซียที่ไหลเข้า แนวโน้มของกระแสเงินทุนคาดยังไหลออกต่อเนื่องจากแรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงที่ยังหนัก ตลาดปรับคาดการณ์ว่า FED จะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75%ในการประชุมสัปดาห์นี้

ประเด็นสําคัญวันนี้

(-) Inverted Yield Curve สร้างความกังวล โดยส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตร 10-2 ปี เริ่มมีจังหวะพลิกมาติดลบอีกครั้ง ต่ำสุดในรอบกว่า 2 เดือน หลังจากที่เคยติดลบเมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนความกังวลเงินเฟ้อที่ยังสูง และทําให้คาดการณ์ว่า FED มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 0.50% ต่อครั้งในการประชุม 3 ครั้ง ข้างหน้า (มี 1 ครั้งที่ต้องขึ้น 0.75%) ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนโอกาสในการเกิด Recession ในระยะถัดไป  กดดันสินทรัพย์เสี่ยงให้ถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง และต้องจับตาการประชุม FED ในวันที่ 14-15 มิ.ย. นี้ โดยเฉพาะถ้อยแถลงของพาวเวล เรายังเน้นพักเงินในหุ้น Value และ Defensive Play ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าบริการจําเป็น เช่น อาหาร เนื้อสัตว์ การแพทย์

(0) กลุ่มสื่อสารฯ เราคาดว่าการแข่งขันในกลุ่ม Mobile Operator ยังคงรุนแรงต่อเนื่องใน 2H22 และหาก DTAC-TRUE สามารถควบรวมกันได้คาดว่า MergeCo จะมีกลยุทธ์ด้านแพคเกจที่น่าสนใจ ด้านราคามาแย่งชิง Subscriber กดดันให้ ARPU ชะลอตัวลง ส่วนการควบรวมระหว่าง DTAC-TRUE ให้จับตาวันที่ 10 ก.ค. ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนจากกสทช.ว่าจะมีมติอนุมัติให้มีการควบรวมหรือไม่ โดยเราให้ความน่าจะเป็น 80% ที่จะอนุมัติ เราปรับลดน้าหนักการลงทุนจาก “Overweight” เป็น “Neutral” เราเลือก ADVANC (ราคาเป้าหมาย 250 บาท) เป็น Top Pick ส่วนกรณีควบรวมได้ DTAC (ราคาเป้าหมาย 55 บาท) และ TRUE (ราคาเป้าหมาย 5.40 บาท) จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ (Source: FSSIA) (ประธานกรรมการ/กรรมการ (มีอำนาจลงนาม) ของ FINANSIA SYRUS เป็น กรรมการ ของ TRUE)

(0) คาดการณ์หุ่นเข้าออก SET50-SET100 งวด 2H22 สําหรับ SET50 คาดหุ้นเข้า JMT JMART หุ้นออก RATCH STGT ส่วน SET100 คาดหุ้นเข้า AAV ASK FORTH ONEE PSL TIPH หุ้นออก BPP MAJOR RS SIRI STEC TTA

(-) ตลาดดาวโจนส์ ลดลง 876.05 จุด หรือ 2.79% ปิดที่ 30,516.74 จุด จากความกังวลเฟดเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ กระทบเศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย

(-) ตลาดหุ้นยุโรป ปิดลบ จากเงินเฟ้อในสหรัฐสูงขึ้น ทำให้กังวลว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรง

(-) ตลาดหุ้นเอเชีย ปรับลง จากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรุนแรงขึ้นเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

(-) ค่าเงินบาท อ่อนค่าลง อยู่ที่บริเวณ 34.93 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(+) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่ 120.93 ดอลลาร์/บาร์เรล ท่ามกลางอุปทานน้ำมันในตลาดโลกคงเผชิญภาวะตึงตัว และจีนกลับมาใช้มาตรการควบคุม COVID-19 อย่างเข้มงวดอีกครั้งในกรุง ปักกิ่ง

(-) ราคาทองคำ COMEX ลดลง 43.7 ดอลลาร์ หรือ 2.33% ปิดที่ 1,831.8 ดอลลาร์/ออนซ์ จากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 1,068.86 / +-

- Advertisement -