บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

(0) TU เช้านี้มีงานแถลงกลยุทธ์การเติบโตในปี 2030 ตั้งเป้ารายได้รวมแตะ USD7b เติบโตเฉลี่ย 10% CAGR และเริ่มกลับมามองหาดีล M&A อีกครั้ง

  • เป้ารายได้ที่ USD7b จะมาจาก organic growth USD6b และอีก USD1b จะมาจาก M&A โดยราว 50% หรือ USD500m จะมาจากการ M&A ของ ITC ในธุรกิจ pet food และอีก USD500m จะมาจากธุรกิจอื่นของ TU
  • ตั้งเป้าเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 21-23% ในปี 2030 จากปี 2024 ที่ 19% และอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ 8% (จาก 5.6% ในปี 2024) และตั้งเป้า EBITDA ที่ USD700m-800m จากปี 2024 ที่คาดไว้ USD400m

โดย TU แบ่งกลยุทธ์ออกเป็น 2 projects ประกอบด้วย

1) Project Sonar ช่วยลดต้นทุนเฉลี่ยปีละ USD75m ตั้งเป้าจะเกิดขึ้นในอีก 2 ปีข้างหน้า ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป จะมาจากการปรับปรุงด้าน Procurement (การจัดซื้อ), Operations (ลดต้นทุน ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต) และ Fit for growth (เตรียมพร้อมการเติบโต และเข้าสู่ AI)

2) Project Tailwind เพิ่มกำไรจากการดำเนินงานปีละ USD50m จะเกิดขึ้นใน 3 ปีข้างหน้า ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป มุ่งเน้นที่ 3 ด้านหลักคือ Commercial, Manufacturing และ Procurement

เรามองเป็นกลางต่อกลยุทธ์การเติบโตในอีก 6 ปีข้างหน้า ส่วนใหญ่เป็นแผนระยะกลาง-ยาว ซึ่งใช้เวลาอย่างเร็วราว 2-3 ปี กว่าจะเริ่มเห็นความคืบหน้า และต้องติดตามดีล M&A ว่าจะช่วยต่อยอดการเติบโตของรายได้และกำไรมากน้อยอย่างไร เบื้องต้นเราคาดต้องเป็นธุรกิจที่มาร์จิ้นดี เพื่อให้ TU บรรลุเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้นที่ 21-23% ได้

ทั้งนี้ยังไม่มีการระบุถึงค่าใช้จ่ายสำหรับกลยุทธ์การเติบโตในอีก 6 ปีข้างหน้า โดย ผบห.ระบุว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวยังอยู่ในงบลงทุนของบริษัทที่ตั้งเป้าไว้ต่อปีไม่เกิน 4.5-5 พันลบ.

- Advertisement -