บล.กสิกรไทย:
AMATA : อุปสงค์ที่ดินนิคมฯ ยังแกร่งแม้การตัดสินใจล่าช้าเล็กน้อย
- AMATA รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2568 ที่ 829 ลบ. เพิ่มขึ้น 79% YoY แต่ลดลง 19% QoQ ซึ่งสูงกว่าที่เราคาดที่ 595 ลบ. อยู่ 39% และสูงกว่าประมาณการของตลาด 44% กำไรสุทธิไตรมาส 1/2568 คิดเป็น 25% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเรา
- คงเป้าธุรกิจเชิงบวกในปี 2568 AMATA กล่าวในการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ (28 พ.ค.2568) ว่าประเด็นเรื่องอัตราภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ส่งผลให้ลูกค้าบางรายชะลอการตัดสินใจลงทุนออกไป อย่างไรก็ดี การลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศไทยและเวียดนามยังมีข้อได้เปรียบเหนือการลงทุนในสหรัฐฯ และจีน โดย AMATA ยังได้รับการติดต่อจากกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะจากจีนและมาจากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ อาหารแปรรูป ศูนย์ข้อมูลและสินค้าอุปโภคบริโภค เราเชื่อว่าการชะลอการตัดสินใจออกไปมีสาเหตุมาจากการที่นักลงทุนต้องการเวลาทบทวนการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการโดยการเพิ่มตลาดใหม่และรวมอัตราภาษีใหม่ ไม่ใช่มาจากการยกเลิกการลงทุน โดย AMATA คงเป้ายอดขายที่ดินปี 2568 ตามเดิมที่ 3,500 ไร่ (2,500 ไร่ ในไทย, 500 ไร่ ในเวียดนามและ 500 ไร่ ในสปป.ลาว)
- ยอดขายที่ดินในไตรมาส 2/2568 จะเพิ่มขึ้นมาก QoQ AMATA รายงานยอดขายที่ดิน QTD ที่ 470 ไร่ เพิ่มขึ้นจาก 284 ไร่ ในไตรมาส 1/2568 อย่างมีนัย แม้สหรัฐฯ ประกาศเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศไทยและเวียดนามขึ้นเมื่อต้นเดือนเม.ย. ยอดขายนี้รวมถึงดีลขนาดใหญ่ 2 รายการกับลูกค้าชาวจีนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ 140 ไร่ และ 100 ไร่ ตามลำดับ AMATA คาดว่ายอดขายที่ดินจะเพิ่มขึ้นในครึ่งหลังปีนี้เมื่อสถานการณ์อัตราภาษีของสหรัฐฯ มีความชัดเจนมากขึ้นซึ่งจะส่งผลให้นักลงทุนปรับกลยุทธ์ลงทุนตามได้ นอกจากนี้ ยอดขายที่ดินในเวียดนามจะกลับมาและนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ที่นาหม้อ (สปป.ลาว) จะพร้อมขาย ทั้งนี้ AMATA ยังปรับเพิ่มราคาเสนอขายของนิคมฯ 3 แห่งในประเทศไทย (ชลบุรี 2, ระยอง 1 และ TCR) ขึ้น 25% YoY เป็น 7 ลบ./ไร่ และยังคงขยายการลงทุนในประเทศไทยไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการสูง เช่น ชลบุรี 2 และระยอง 2
- ยอด backlog ในมือจำนวนมากบ่งชี้ถึงแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง ในช่วงปลายไตรมาส 1/2568 ยอด backlog ของ AMATA เพิ่มขึ้นเป็น 2.15 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 54% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนซึ่งสอดคล้องกับเงินมัดจำจากยอดขายที่ดินเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 32% YoY เรามองว่าพัฒนาการเชิงบวกดังกล่าวมีปัจจัยหนุนจากยอดขายที่ดินระดับสูงตั้งแต่ไตรมาส 2/2567 และเนื่องจากตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่ายอด backlog มีการชำระเงินแล้ว จึงไม่คาดว่ารายได้ก้อนนี้จะถูกยกเลิก AMATA รายงานว่าเงินมัดจำจากลูกค้าทุกราย QTD ถูกชำระแล้วตามกำหนด ดังนั้น บริษัทฯ จึงเชื่อว่ายอด backlog ทั้งหมดจะถูกโอนกรรมสิทธิ์และบันทึกเป็นรายได้ภายในเวลา 2 ปี เราจึงยังเชื่อมั่นในประมาณการรายได้ปี 2568-69 ของเราที่มาจากธุรกิจที่ดินนิคมฯ ที่ 9.7 พันลบ. และ 1.22 หมื่นลบ. ตามลำดับ ซึ่งบ่งชี้ว่ากำไรสุทธิปี 2568-69 จะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง
- แนะนำ “ซิ้อ” TP 23.30 บาท เราเชื่อว่าประเทศไทยและเวียดนามจะยังเป็นจุดหมายการลงทุนหลักโดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนจากจีนและไต้หวัน นอกจากนี้ กลุ่มอุตสาหกรรม เช่น ศูนย์ข้อมูลยังไม่มีสัดส่วนโดยตรงต่อการส่งออกไปยังสหรัฐฯ เราคาดว่าราคาหุ้น AMATA จะฟื้นตัวขึ้นแข็งแกร่งเมื่อประเด็นเรื่องอัตราภาษีจากสหรัฐฯ มีความชัดเจนมากขึ้น








