KS Daily View 07.07.2025 >>> ไทยยังไม่บรรลุการเจรจา เสี่ยงโดนภาษีนำเข้า 36% มองกรอบ SET วันนี้ 1,100–1,120 จุด แนะนำ TRUE และ GULF

Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: คาดตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้แกว่งตัวในกรอบ 1,090-1,120 จุด มองระยะสั้นดัชนีตลาดจะยังผันผวนจากความไม่ชัดเจนเรื่องผลการเจรจาการค้าและเสถียรภาพของการเมืองไทย จนถึงปัจจุบันไทยยังไม่บรรลุผลการเจรจาการค้าและมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับอัตราภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ในระดับสูง 36% แต่หากไม่เกิน 30% เชื่อว่าแม้เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัว แต่ก็ดูมีหวังว่าอาจสามารถรอดพ้นจากการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือ technical recession และอาจจะจำกัดหรือมีไม่มากจากระดับคาดการณ์ GDP และ EPS ของตลาดในปัจจุบันที่มีการรวมผลของภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ในการประเมินไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ในขณะเดียวกันสถานการณ์การเมืองไทยยังไม่นิ่งดี หลังศาลรับคำร้องกรณีคลิปเสียงนายกคุยกับทางฮุนเซน จนสั่งให้มีการหยุดปฏิบัติหน้าที่และพรรคภูมิใจไทยแยกวงจากรัฐบาลเนื่องจากถูกปรับออกจากมท.1 ทำให้เสถียรภาพรัฐบาลอยู่ในระดับต่ำ เรียกได้ว่าเป็นเสียงข้างมากแบบปริ่มน้ำ และพรรคร่วมรัฐบาลก็มีความขัดแย้งกันภายใน สำหรับกลยุทธ์การลงทุนเราแนะนำเน้นเข้าซื้อลงทุนเมื่อราคาอ่อนตัว และกลุ่ม Defensive

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1119.94 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.47% จากสัปดาห์ที่ผ่านหนุนโดยการปรับตัวขึ้นของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, อสังหา, และค้าปลีก ในวันนี้เราประเมินว่าตลาดมีแนวโน้มแกว่งตัว sideway down อยู่ในกรอบ 1,100–1,120 จุด จากแรงกดดัน ไทยยังไม่บรรลุผลการเจรจาการค้ากับสหรัฐแม้ว่า อัตราภาษีที่สูงขึ้นจะมีผลในวันที่ 1 สิงหาคม ตามการรายงานของโดยรัฐมนตรีพาณิชย์ ฮาเวิร์ด ลัทนิค แนะนำกลยุทธ์การลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและกลุ่ม defensive อย่าง TRUE และ GULF

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่าจะมีการส่งหนังสือแจ้งไปยังประเทศอื่น ๆ เพื่อแจ้งอัตราภาษีนำเข้าที่จะเพิ่มขึ้น โดยรัฐมนตรีพาณิชย์ ฮาเวิร์ด ลัทนิค ระบุว่า อัตราภาษีที่สูงขึ้นจะมีผลในวันที่ 1 สิงหาคม ขณะที่อยู่ระหว่างกำหนดอัตราและเจรจาข้อตกลงกับประเทศต่างๆ มองเป็นจิตวิทยาเชิงเชิงบวกเล็กน้อยกับหุ้นกลุ่มส่งออก
  1. OPEC+ ได้ตกลงเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบขึ้น 548,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นการเร่งการปล่อยน้ำมันสู่ตลาด อีกทั้งมีการอนุญาตให้ UAE เพิ่มกำลังผลิตได้อีก 300,000 บาร์เรลต่อวันด้วย เหตุผลหลักคือเศรษฐกิจโลกมีเสถียรภาพ และปริมาณน้ำมันในคลังยังต่ำ กลุ่มยังคงเหลือการลดการผลิตอีก 3.66 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีกำหนดประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 3 สิงหาคม มองเป็นลบกับ PTTEP
  1. สหรัฐฯ กำลังเตรียมออกกฎใหม่เพื่อควบคุมการส่งออกชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปยังไทยและมาเลเซีย ท่ามกลางความกังวลว่าจีนอาจใช้สองประเทศนี้เป็นทางผ่านเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดในการนำเข้าชิปขั้นสูงจากบริษัทอย่างNvidia มองเป็นจิตวิทยาเชิงลบเล็กน้อยกับ DELTA
  1. ประชุมบอร์ด กสทช. มีมติ 5 ต่อ 1 เสียง (งดออกเสียง 1) รับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ 850, 1500, 2100 และ 2300 MHz ซึ่งจัดขึ้นเมื่อ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา รวมมูลค่าประมูลกว่า 41,273 ล้านบาท มองเป็นบวกกับTRUE และ ADVANC
  1. ไทยเตรียมเสนอแผนใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 36% โดยตั้งเป้าลดดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 46,000 ล้านดอลลาร์ ลง 70% ภายใน 5 ปี และทำให้สมดุลใน 7-8 ปีข้างหน้า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพิชัย จันทรวิเชียร ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ก่อนจะหมดช่วงผ่อนปรน 90 วันที่จำกัดภาษีไว้ที่ 10% โดยไทยพยายามเจรจาให้คงอัตราภาษีที่ดีที่สุดไว้ที่ 10% หรืออย่างน้อยก็ไม่เกิน 20%

Daily pick

TRUE: ราคาพื้นฐาน 13.16 บาท

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อ TRUE หลังจาก กสทช. ได้รับรองผลการประมูลคลื่นความถี่รวม 4 ย่าน ได้แก่ 850MHz, 1500MHz, 2100MHz และ 2300MHz หลังผลการประมูลในภาพรวมเป็นบวก การแข่งขันไม่ได้รุนแรงเท่าที่คาดไว้ โดยที่ TRUE ชนะประมูลคลื่น 2300MHz ราคาต่ำกว่าที่เราคาดไว้ถึง 37% อีกทั้งมีการประมูล 1500MHz เหนือความคาดหมาย หนุนให้ TRUE ได้คลื่นเพิ่มมากถึง 90MHz ทำให้ถือคลื่น mid-band รวมสูงถึง 280MHz จะส่งผลบวกกับคุณภาพการให้บริการ และความสามารถในการแข่งขันในช่วงหลายปีข้างหน้า จนกว่าคลื่น 3500MHz จะเปิดให้ใช้งานในช่วงปี 2029 หรือ 2030

GULF: ราคาพื้นฐาน 61.00 บาท

เรามีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น GULF จากโครงสร้างธุรกิจที่มีความมั่นคงและป้องกันความเสี่ยงได้ดี  โดยเราประเมินว่า GULF แทบไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐไม่ว่าผลการเจรจาจะออกมาอย่างไร เนื่องจาก 92% ของรายได้มาจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับ กฟผ.80% จากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 3% จากพลังงานหมุนเวียน 9% จากธุรกิจ LNGความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ (regulatory risk) อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับผู้ผลิตไฟฟ้ารายอื่น เพราะมีเพียง 6% ของรายได้เท่านั้นที่มาจากโรงไฟฟ้า SPP ซึ่งขายไฟให้ภาคอุตสาหกรรม GULF ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ปี 2568 ที่ระดับ 25% โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลัก 4 ด้าน รับรู้รายได้เต็มปีจากโรงไฟฟ้าใหม่ หน่วยที่ 3 และ 4 ของโครงการ GPD, โรงไฟฟ้า HKP โรงไฟฟ้าใหม่ที่จะทยอยเปิดดำเนินการในปี 2568 หน่วยที่ 2 ของ HKP (770MW เริ่ม ม.ค. 2568) โครงการโซลาร์เพิ่มเติมราว 707MW (รวมโซลาร์ฟาร์ม, โซลาร์+BESS และโซลาร์รูฟท็อป) คาด COD ภายในสิ้นปี นอกจากนี้รายได้จากเงินลงทุนใน ADVANC คาดรับรู้กำไรจาก ADVANC ประมาณ 1.0–1.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2568 และจะเพิ่มเป็น 1.5–1.8 หมื่นล้านบาท ต่อปีตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป และสถานะเครดิตของGULF ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ อันดับเครดิตเพิ่มขึ้นจากA+ เป็น AA- ด้วยภายหลัง amalgamation

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันจันทร์ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของไทย (TH inflation)เดือน มิ.ย. ตลาดคาดการณ์ที่ -0.10% YoY เทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ -0.57% YoY และอัตราเงินเฟ้อที่ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน ตลาดคาดการณ์ที่ +1.10% YoYเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ +1.09% YoY ต่อด้วยดัชนียอดค้าปลีกของฝั่งยุโรป (EU Retail sales) เดือน พ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ 1.4% YoY ชะลอตัวจากเดือนก่อนหน้าที่ 2.3% YoY

วันอังคาร ติดตาม การแถลงการณ์อย่างเป็นทางการที่เผยแพร่โดยคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางของออสเตรเลีย

วันพุธ  ติดตามรายงานอัตราเงินเฟ้อของจีน (China CPI)เดือน มิ.ย. ตลาดคาดการณ์ที่ -0.1% YoY ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า ต่อด้วยรายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารสหรัฐ (FOMC minute)

วันพฤหัสบดี  ติดตามจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.33 แสนตำแหน่ง

วันศุกร์  ติดตาม GDP ของสหราชอาณาจักร เดือน พ.ค. ตลาดคาดการณ์ที่ +0.1% MoM เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ -0.3% MoM

- Advertisement -