WSOL จับมือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการเงิน สู่ Sharia Digital Finance เต็มรูปแบบ

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ibank) ร่วมกับ WSOL ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีการเงิน เสริมความแข็งแกร่งการให้บริการอิเล็กทรอนิกส์ และก้าวสู่ Sharia Digital Finance Institution แบบครบวงจรในอนาคต มุ่งยกระดับคุณภาพบริการทางการเงินแก่ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ใช้บริการใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

นาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ibank) และ บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีการเงิน และยกระดับบริการดิจิทัลของธนาคารให้ก้าวสู่การเป็น Sharia Digital Finance Institution อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินให้ครอบคลุมทุกกลุ่มประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และสงขลา

ภายใต้ความร่วมมือนี้ WSOL จะทำหน้าที่เป็น Strategic Technology Partner ให้กับ ibank  ครอบคลุมการพัฒนาและยกระดับระบบดิจิทัลสำคัญของธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นระบบชำระเงิน โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี การบริหารจัดการจุดบริการ การเชื่อมต่อข้อมูล รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ เพื่อรองรับทิศทางดิจิทัลของธนาคารในอนาคต โดย WSOL จะนำเสนอเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานแข่งขันได้ มีความปลอดภัยสูง และเหมาะสมกับการให้บริการทางการเงินตามหลักชะรีอะฮ์

อีกทั้งยังสะท้อนถึงการเดินหน้าของ WSOL ในการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจออฟไลน์ดั้งเดิมสู่การเป็นผู้พัฒนาระบบ All-in-One Digital Financial & Payment Solutions หลังการปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จและได้รับการสนับสนุนจาก ibank ในฐานะพันธมิตรสำคัญถือเป็น “New Beginning” ของบริษัทในการมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีชั้นนำของประเทศ

นอกจากนี้ด้วยทีมปฏิบัติการและเครือข่ายธุรกิจของ WSOL ที่แข็งแรงในภูมิภาคภาคกลางภาคอีสานและภาคเหนือการได้ร่วมมือกับธนาคารที่เป็นผู้นำในพื้นที่ชายแดนภาคใต้จะช่วยยกระดับศักยภาพของทั้งสององค์กรในการขยายบริการทางการเงินแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงพร้อมก้าวเข้าสู่ยุค Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบ

ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์, กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ธนาคารเห็นทิศทางการปรับตัวของ WSOL และเห็นถึงศักยภาพ การสนับสนุนการปรับตัว จึงเป็นประโยชน์ร่วมกัน เพราะธนาคารก็ให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่กำลังต้องการการพัฒนาและเข้าถึงบริการทางการเงินด้วยระบบใหม่ๆ อาทิ พื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นฟูหลังอุทกภัย ซึ่ง WSOL มีธุรกิจหลายอย่างที่จะเป็นประโยชน์ต่อการร่วมมือและส่งเสริมซึ่งกันและกัน

การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้จึงเกิดขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันจากจุดแข็งที่แต่ละฝ่ายมีและทิศทางที่แต่ฝ่ายพัฒนาและมุ่งไปโดย WSOL ตั้งเป้ามุ่งสู่การเป็น tech company และ ibank มุ่งสู่การยกระดับการเป็นสถาบันการเงินที่ให้บริการตามหลักชะรีอะฮ์ที่มีช่องทางดิจิทัลให้ครอบคลุมมากขึ้นการทำงานร่วมกันจึงเสริมการสร้างความสามารถร่วมกันเป็นที่มาของ MOA”

ด้านนายอิทธิชัย พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) หรือ WSOL เปิดเผยว่า “พันธมิตรครั้งนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินที่มีต่อ WSOL และเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินหน้าร่วมกันอย่างยั่งยืน ความร่วมมือนี้ไม่เพียงช่วยผลักดันให้ธนาคารอิสลามก้าวสู่การเป็นธนาคารต้นแบบด้าน Islamic Banking และดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจของ WSOL ในการขยายฐานลูกค้า และเปิดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม”

ในด้านของก้าวต่อไปของความร่วมมือทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพิจารณาโครงการด้านเทคโนโลยีการเงินที่มีศักยภาพโดยให้เกิดประโยชน์ทั้งแก่พนักงานของ ibank และประชาชนผู้ใช้บริการโดยโครงการแรกจะเริ่มดำเนินการภายในเดือนธันวาคม 2568 ผ่านโครงการ Digital Shift ณสาขาต้นแบบของ ibank

พร้อมกันนี้ยังมีแผนดำเนินโครงการต่อเนื่องอย่างน้อย 3 โครงการในปี 2569 ในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลระบบชำระเงินและบริการทางการเงินรูปแบบใหม่เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบการเงินที่สอดคล้องตามหลักศาสนาและยกระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชนผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัย

- Advertisement -