บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Siam Cement (SCC.BK/SCC TB)*

1Q69F เติบโตและดีต่อใน 2Q จากโมเมนตัม spread แข็งแกร่ง

Event

ประมาณการ 1Q69F และแนวโน้มธุรกิจ

Impact

ประมาณการ 1Q69F – สามธุรกิจหลักดันให้โมเมนตัมดีต่อเนื่อง

วันที่ 29 เม.ย. 69 เราคาดว่า SCC จะเผยกำไรสุทธิ 1Q69F ที่ 5.0 พันล้านบาท (พลิกกลับจากขาดทุนสุทธิ 3.7 พันล้านบาทใน 4Q68 และ +355% YoY) กับกำไรหลักที่ 1.6 พันล้านบาท (พลิกกลับจากขาดทุนหลัก 79 ล้านบาท และ +41% YoY) โดยไม่รวมกำไรจากสต็อกและ NRV ที่ 3.5 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 16% ของประมาณการกำไรหลักปี 2569F ของ consensus ขณะที่ปัจจัยหนุนทั้ง QoQ และ YoY จะมาจาก spread ของธุรกิจเคมีภัณฑ์ (ทั้ง PE และ PP) ที่ดีขึ้น ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ที่ดีขึ้น และธุรกิจซีเมนต์ แม้ว่าจะไม่มีเงินปันผลรับ (ซึ่งปกติจะรับรู้ใน 2Q และ 4Q)

ประเด็นหลัก ๆ:

i) การดำเนินงานหลักของธุรกิจเคมีภัณฑ์น่าจะดีขึ้น QoQ จาก spread ที่แข็งแกร่งขึ้น (แต่ยังลดลง YoY จาก spread ที่ต่ำลง) และจะถูกกลบบางส่วนจากปริมาณขายที่ลดลง จากเหตุการณ์ประกาศเหตุสุดวิสัยที่โรงงาน Rayong Olefins (ROC) ตั้งแต่ 10 มี.ค. 69 โดย ROC มีต้นทุนคงที่รายเดือนอยู่ราว 150 ล้านบาท และยังกำลังรอสัญญาณเชิงบวกเพื่อพิจารณากลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง โดย HDPE spread อยู่ที่ US$324/ton (+5% QoQ และ +1% YoY) และ PP spread อยู่ที่ US$285/ton (+10% QoQ แต่ -13% YoY) ส่วนความขัดแย้งในอิหร่านที่ทำให้กำลังการผลิตเอทิลีนทั่วโลกลดลงราว ~25% SCC เชื่อว่าอาจทำให้ตลาดเปลี่ยนจากภาวะอุปทานล้นตลาดไปสู่ภาวะอุปทานตึงตัวในระยะยาว จากโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายต้องใช้เวลาฟื้นฟูราว 3–5 ปี ซึ่งจะหนุน spread ช่วง 2QTD แข็งแกร่งขึ้น

ii) ธุรกิจซีเมนต์และโซลูชันสีเขียวน่าจะมีกำไรเพิ่มทั้ง QoQ และ YoY จากการเข้าสู่ช่วงพีคของปี และได้ประโยชน์จากราคาขายที่ปรับขึ้น (กลยุทธ์ผลักดัน green cement / surcharge เพื่อสะท้อนต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น / การปรับราคาตามปกติ) รวมถึงรับรู้ประโยชน์เต็มไตรมาสจากการปรับโครงสร้างต้นทุนตั้งแต่ 4Q68 ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนได้ราว 4.3 พันล้านบาทต่อปี

iii) ธุรกิจบรรจุภัณฑ์คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 1Q69F แข็งแกร่งที่ 1.27 พันล้านบาท (+41% YoY และ +5% QoQ) โดยยังเพิ่ม QoQ ได้ แม้ว่า 4Q68 มีกำไรพิเศษสุทธิ 385 ล้านบาท ขณะที่ปัจจัยหนุน QoQ และ YoY จะมาจาก spread ระหว่างกระดาษไลเนอร์รีไซเคิล (testliner) และ recycled paper ที่ดีขึ้น (นำโดยต้นทุน recycled paper ที่ลดลง) และผลงานของ Fajar ดีขึ้น ตามที่ได้กล่าวถึงในรายงาน SCGP ของ KGI ล่าสุด (9–10 เม.ย. 69) โดยเรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” SCG Packaging (SCGP.BK/SCGP TB)* ราคาเป้าหมายที่ 23.30 บาท

Valuation and action

ปัจจุบัน Bloomberg consensus ให้คำแนะนำ SCC ที่ ซื้อ/ถือ/ขาย ในสัดส่วน 33%/33%/33% (มีสัดส่วน Buy มากขึ้น) แต่ราคาเป้าหมายเฉลี่ยลดลงที่ 203.8 บาท/หุ้น โดยที่ราคาหุ้นล่าสุดได้ปรับขึ้น 13% แล้วตั้งแต่ต้นปี (YTD) และเทรดที่ค่าเฉลี่ย 5 ปี ในอดีตของ EV/EBITDA และ P/BV ระดับ +1SD และ -0.8SD ตามลำดับ ขณะที่เราเชื่อว่าตลาดยังกังวลว่าการหยุดชะงักของอุปทานจากความขัดแย้งในอิหร่านจะเป็นจุดต่ำสุดของวัฏจักรเคมีภัณฑ์ได้จริงหรือไม่ แต่ในขณะนี้ ผู้ผลิตที่ได้ประโยชน์ในระยะสั้นคือผู้ที่มีวัตถุดิบที่มั่นคง (เช่น naphtha และ propane) และสามารถเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิต (utilization rate) เพื่อรองรับภาวะอุปทานตึงตัวได้ดี

Risks

การปิดซ่อมบำรุงนอกแผน, อุปทานเกิน, ปัญหา cost overruns และภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

- Advertisement -