บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Home Product Center (HMPRO.BK/HMPRO TB)*
ผลการดำเนินงานในช่วงต้นปีอ่อนแอมาก
Event
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ HMPRO ใน 1Q69F จะอยู่ที่ 1,487 ล้านบาท (-13% YoY, -7% QoQ) โดยกำไรที่ลดลงจะเป็นเพราะอุปสงค์อ่อนแอ, ขาดมาตรการกระตุ้นจากรัฐบาล และมีการเลื่อนการจับจ่ายใช้สอยท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง เราจึงคาดว่ากำไรสุทธิใน 1Q69F จะคิดเป็น 24% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
Impact
SSSG อ่อนแอ โดยเฉพาะในส่วนของห้างในรูปแบบ HomePro เพราะขาดมาตรการกระตุ้นจากรัฐบาล
เนื่องจาก i) ไม่มีมาตรการกระตุ้นจากรัฐบาล (ช้อปดีมีคืน) เหมือนกับใน 1Q68 ii) กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงก่อนการเลือกตั้ง iii) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังคงอ่อนแอ โดยยอด presales รวมใน 1Q69F ลดลง 11% YoY และ 3% QoQ (ดูบทวิเคราะห์กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของ KGI ฉบับวันที่ 9 เมษายน 2569) และ iv) สภาวะของการจับจ่ายใช้สอยในภาพรวมอ่อนแอ ดังสะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงเหลือ 51.8 ในเดือนมีนาคม 2569 (Figure 2) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เราจึงคาดว่า SSSG ของห้างในรูปแบบ HomePro จะหดตัวลง 14% และของห้างในรูปแบบ Mega Home จะหดตัวลง 5% อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาร้านน่าจะช่วยชดเชยผลจากการที่ SSSG ลดลงไปได้บ้าง ซึ่งคาดว่าจะทำให้ยอดขายใน 1Q69F อยู่ที่ 1.62 หมื่นล้านบาท (-8% YoY, -1% QoQ)
อัตรากำไรน่าจะยังอ่อนแอ
เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ HMPRO ใน 1Q69F จะอยู่ที่ 25.9% (-20bps YoY, -220bps QoQ) เพราะ i) คาดว่าจะมีการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ (กดดัน YoY) และ ii) ผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล เพราะต้นทุนปรับตัวเข้าสู่ระดับปกติหลังจากมีการบันทึกส่วนลดจาก supplier ใน 4Q68 (กดดัน QoQ) เราคาดว่าสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 19.2% (จาก 18.2% ใน 1Q68 และ 22.2% ใน 4Q68) สะท้อนถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขยายสาขาร้าน
น่าจะเห็นปัจจัยบวกในช่วงที่เหลือของปีนี้
เราคาดว่าภาวะตลาดน่าจะดีขึ้นใน 2Q69F ซึ่งจะช่วยหนุนให้กำไรเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ โดยจะเพิ่มขึ้นเพราะ i) ฐานที่ต่ำใน 2Q68 หลังจากที่ผู้บริโภคเร่งใช้จ่ายใน 1Q68 ในโครงการช้อปดีมีคืน ii) คาดว่าจะมีการออกมาตรการช้อปดีมีคืนในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งน่าจะช่วยสร้างยอดขายใน 2Q69F ~600 ล้านบาท (อิงจากสมมติฐานว่าให้สิทธิ์ 10,000 บาท/คน, มีผู้เสียภาษีเข้าร่วมโครงการ 50%, มียอดใช้จ่ายในหมวดที่อยู่อาศัย และครัวเรือน 22% และ HMPRO มีส่วนแบ่ง 14% ของแคมเปญนี้): Figure 6 และ iii) หน้าร้อนมาเร็ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างยอดขายใน 2Q69F ~900 ล้านบาท (อิงจากสมมติฐานว่าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำความเย็นที่ตามปกติจะอยู่ที่ ~10% ของยอดขาย HMPRO ภายใต้ภาวะปกติจะเพิ่มขึ้นเป็น 15–20% (เทียบกับจุดสูงสุดในอดีตที่ 30%)) Figure 8 นอกจากนี้ เรายังคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น YoY ใน 2H69F เพราะได้แรงหนุนจากฐานที่ต่ำใน 2H68 ซึ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกหนัก, เกิดภาวะน้ำท่วมภาคใต้ และมีกรณีพิพาทชายแดน
Valuation & Action
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569F ไว้ที่ 7.50 บาท อิงจาก PER ที่ 16.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของหุ้นกลุ่มนี้ในตลาดโลก -0.5 S.D.)
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ขยายสาขาได้น้อยกว่าเป้าหมาย, ราคาพืชผลอ่อนแอ, ภัยธรรมชาติ, สินค้าค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก








