บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Beverage Sector ต้นทุนกดดัน แต่อากาศร้อนหนุนอุปสงค์ (Neutral Maintained)

Event

แนวโน้มกลุ่มเครื่องดื่มท่ามกลางเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำ ต้นทุนกดดัน และการแข่งขันรุนแรงขึ้น

Impact

(-) การแข่งขันด้านราคาปรับโครงสร้างตลาดเครื่องดื่มชูกำลังไทยในปี 2569F

การแข่งขันในตลาดทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2569 หลัง TCP ปรับลดราคากระทิงแดงลงเหลือ 10 บาท/ขวด (จาก 12 บาท) ส่งผลกดดัน ASP และมูลค่าตลาดปี 2569 เสี่ยงหดตัว แม้ก่อนหน้านี้หวังการฟื้นตัว YoY ในตลาดที่มีความอ่อนไหวต่อราคาสูง โดยในอดีต การขึ้นราคาของ TCP ในปี 2566 ทำให้ส่วนแบ่งตลาดลดลงทันทีจาก 17.1% เหลือ 15.1% (ปัจจุบัน ~12%) ขณะที่ Osotspa (OSP)* ลดลงจาก 38% เหลือ 33% (ปัจจุบัน ~29%) หลังการปรับขึ้นราคาในปี 2565 ส่วน Carabao Group (CBG)* ยังคงราคาที่ 10 บาท และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจาก ~20% เป็น 28% แต่ก็แลกมาด้วย ASP ที่ลดลง ส่งผลให้การเติบโตของมูลค่าตลาดยังจำกัด

(0) อัตราการทำกำไร 2H69 ยังบริหารได้จากปัจจัยฤดูกาลและการคุมต้นทุนได้ดี

แม้จะมีสงครามอิหร่านก็ตาม แต่ ICHI, CBG และ OSP ได้จัดหาวัตถุดิบหลัก (น้ำตาล อะลูมิเนียม PET) ช่วง 1H69 ไว้แล้วเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ผลกระทบต้นทุนระยะสั้นจำกัด ขณะที่คาดว่าต้นทุนก๊าซที่สูงขึ้น (~5% ของ คชจ. COGS) จะถูกชดเชยด้วยอุปสงค์ที่แข็งแกร่งช่วงหน้าร้อนที่ร้อนขึ้น และหนุนกำไร 1H69 แต่อย่างไรก็ตาม กำไร 2H69 น่าจะอ่อนตัว HoH จากปัจจัยฤดูกาลและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยราคาน้ำตาลลดลง 14% YoY ใน YTD (ความกังวลต่ำ) แต่ราคาอะลูมิเนียมเพิ่มขึ้น 22% YoY และ PET ที่ปรับเพิ่มขึ้นเป็นความเสี่ยงหลัก ซึ่งจากการวิเคราะห์ของเราชี้ว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทุก 10% ของก๊าซ/อะลูมิเนียม/น้ำตาล คาดว่าจะส่งผลลบต่อกำไรปี 2569F ลงราว ~5%/6%/4% สำหรับ CBG มากที่สุด และต้นทุน PET ที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 10% อาจลดกำไรของ ICHI ลงราว 5% (Figure 16)

(+) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหนุนอุปสงค์เครื่องดื่มดับกระหายให้ฟื้นตัว

สภาพภูมิอากาศโลกกำลังเปลี่ยนจาก La Niña ไปสู่ภาวะ Neutral ช่วงต้นปี 2569 และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นของ El Niño (~60%) ใน 2H69 ซึ่งบ่งชี้ถึงสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งมากขึ้น เทียบกับปี 2568 ที่มีฝนมากและอากาศเย็นผิดปกติ ซึ่งกดดันการบริโภคและทำให้ตลาดชา RTD ของไทยหดตัว 5% YoY โดยเราคาดว่าการเปลี่ยนผ่านนี้จะช่วยหนุนให้อุปสงค์ฟื้นตัวขึ้น ซึ่งจะเป็นบวกต่อ ICHI ผ่านการเติบโตของปริมาณขายที่แข็งแกร่ง สอดคล้องกับช่วง El Niño ปี 2566 ที่ยอดขายชา RTD, เย็น เย็น และสินค้าที่ไม่ใช่ชามีการเติบโตสูงราว 26%, 23% และ 76% YoY ตามลำดับ

(0) กำไรปี 2569F กระจุกตัวในช่วงต้นปี ด้วยต้นทุนกดดันเพิ่มขึ้น

กำไรหลักปี 2569F ของกลุ่มเครื่องดื่มที่ศึกษาอยู่ คาดว่าจะเติบโตราว 6% YoY หนุนจาก ICHI/OSP/CBG ในสัดส่วน 50%/25%/25% แต่ยังมีความเสี่ยงด้านลบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดย 1H69 จะดีกว่า 2H69 ขณะที่เบื้องต้นคาดว่ากำไร 1Q–2Q69 จะเพิ่มขึ้น QoQ (แต่ลดลง YoY) จากยอดขายต่างประเทศที่อ่อนแอ (โดยเฉพาะ CBG ในกัมพูชา) จากนั้น 2H69 จะลดลงทั้ง HoH และ YoY จากต้นทุนที่พุ่งขึ้น โดย OSP มีความยืดหยุ่นมากกว่า CBG จากสัดส่วนยอดขายในประเทศที่สูงกว่าและการคุมต้นทุนได้ดีกว่า

Valuation and action

เรายังคงให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มเครื่องดื่ม “เท่ากับตลาดฯ” ท่ามกลางต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การแข่งขันที่รุนแรง และภาพเศรษฐกิจมหภาคที่อ่อนแอ แม้ในขณะนี้ ด้วย valuation ที่ P/E ปรับลดลงแล้วราว 2–3x จากช่วงก่อนสงครามอิหร่าน (เทียบกับ 5–10x ของหุ้นต่างประเทศ) และ sentiment เชิงลบได้รับรู้ไปมากแล้ว การปรับลดประมาณการกำไรในระยะถัดไปอาจเป็นโอกาสในการกลับเข้าลงทุนอีกครั้ง โดย ICHI ยังคงเป็นหุ้นเด่นเพียงตัวเดียวช่วง 2Q69 จากการเติบโตปี 2569F ที่แข็งแกร่ง และคาด dividend yield สูง รองลงมาคือ OSP (ซื้อ) จาก valuation ที่น่าสนใจ ส่วน CBG ยังคงคำแนะนำ “ถือ” จากความไม่ชัดเจนของกำไรและความเสี่ยงด้านลบ

Risks

การแข่งขันเข้มข้น, เศรษฐกิจชะลอตัว, พฤติกรรมผู้บริโภค และต้นทุนวัตถุดิบต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป

- Advertisement -