TOSTEM เปิดตัวนวัตกรรมและดีไซน์ใหม่ประตู “GIESTA” และ “IN16” ในงานสถาปนิก’69 เร่งเจาะลูกค้าเจ้าของบ้าน-อาคารเชิงพาณิชย์ เล็งขยาย TOSTEM Studio ครบ 25 สาขา ครอบคลุมทุกภูมิภาคภายในปีนี้

TOSTEM ตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมครบวงจร เปิดตัว 2 โปรดักส์ใหม่ ประตูหน้าบ้านGIESTA” ดีไซน์ใหม่ 3 รูปแบบ ประยุกต์เทคนิคลายไม้ญี่ปุ่นบนบานเหล็ก พร้อมสีใหม่ Chestnut (เชสต์นัต) และ “IN16 Interior Series” (ไอเอ็นซิกส์ทีน) นวัตกรรมประตูและฉากกั้นภายในดีไซน์บางเฉียบ 16 มม. ทั้งบานเลื่อนแขวน (Synchronized Hanging Door) เปิด-ปิดได้พร้อมกันสองฝั่ง บานเปิด (Swing Door with Floor Spring Hinges) มีโช๊คประตูฝังพื้น และฉากกั้นห้องแบบเข้ามุม (Corner Type Fixed Divider) เตรียมเผยโฉมครั้งแรกในงานสถาปนิก’69 วันที่ 28 เม.. – 3 .. นี้ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมประกาศเพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่มเจ้าของบ้าน-อาคารเชิงพาณิชย์ ขยายฐานสู่ภูมิภาคผ่านเครือข่าย TOSTEM Studio ปักหมุดให้ครบ 25 สาขาทั่วประเทศ มุ่งผลักดันรายได้ปี 2569 เติบโต 20% 

นายวิชา วรสายัณห์ ลีดเดอร์ กลุ่มธุรกิจเฮาส์ซิ่งเทคโนโลยี บริษัท แอล เอช ที เอเซีย เซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมแบรนด์ ทอสเท็ม” (TOSTEM) ภายใต้บริษัท ลิกซิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (LIXIL) กล่าวว่า จากความสำเร็จในการขยายผลิตภัณฑ์ TOSTEM ในประเทศไทย ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักออกแบบ สถาปนิก และอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ ล่าสุด TOSTEM ได้ต่อยอดความสำเร็จและตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมครบวงจร ด้วยการยกระดับโซลูชันกลุ่มประตูภายนอก “GIESTA” และประตูและฉากกั้นภายใน “IN16 Interior Series” รุ่นใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่เน้นความยืดหยุ่นและความเป็นอยู่ที่ดี โดยจะเปิดตัวครั้งแรกในงานสถาปนิก’69 (Architect Expo 2026) ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างใหญ่ที่สุดในอาเซียน

การจัดแสดงของ TOSTEM ในครั้งนี้ นำเสนอภายใต้แนวคิด “BEYOND THE FRAME” สัมผัสนิยามใหม่ที่มากกว่าประตู-หน้าต่าง มุ่งสู่ผู้นำด้านดีไซน์และนวัตกรรม โดยมีไฮไลท์สำคัญ คือ การเปิดตัวดีไซน์ใหม่ของประตูเหล็กลายไม้ “GIESTA” ที่นำเทคนิค ‘Uzukuri’ (อุซุคุริ) หรือการขัดผิวไม้ให้ลวดลายวงปีปรากฏเป็นรอยนูนตามแบบฉบับญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้กับบานประตูเหล็ก เพื่อเน้นลายไม้ให้โดดเด่นและสัมผัสเสมือนไม้จริง มีสีให้เลือกหลากหลาย พร้อมเปิดตัวสีใหม่ Chestnut สีน้ำตาลโทนอบอุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไม้ธรรมชาติ ขับเน้นอาคารให้ดูมีเสน่ห์และลุ่มลึกยิ่งขึ้น โดยยังคงคุณภาพด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงตามมาตรฐานวิศวกรรมญี่ปุ่น จนได้โครงสร้างเหล็กที่แข็งแรงทนทาน พร้อมซีลยาง วงกบแน่นหนาเพื่อลดการรั่วซึมของน้ำและอากาศ มีระบบล็อก 2 ชั้นเพิ่มความปลอดภัย พร้อมด้วยกุญแจแบบ Reversible เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งมีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่

รุ่น D04 ประตูสไตล์ Japanese Modern นำเสน่ห์ของเส้นระแนงแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมมาตีความใหม่ โดยจัดวางเส้นสายให้ต่อเนื่องกันตลอดทั้งบาน สร้างความรู้สึกเรียบหรู แต่ทรงพลังด้วยเอกลักษณ์ที่ชัดเจน

รุ่น G05 ประตูสไตล์ Soft Contemporary โดดเด่นด้วยเส้นสายโค้งมนที่มอบสัมผัสอบอุ่นเสมือนไม้แท้ พร้อมช่องกระจกเปิดรับแสงธรรมชาติ สร้างบรรยากาศที่นุ่มนวลและเป็นมิตร

รุ่น C01 ประตูสไตล์ European Classical with Modern Proportion นำการตกแต่งคิ้วแบบยุโรปผสานเข้ากับความโมเดิร์น มอบความสง่างามทั้งภายนอกและภายในบ้าน

ขณะที่ “IN16 Interior Series” ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าประตูและฉากกั้นสำหรับจัดสรรพื้นที่ภายในที่อยู่อาศัยให้เชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ โดดเด่นด้วยเส้นสายที่เพรียวบางของกรอบบานเพียง 16 มม. ช่วยผสานบรรยากาศจากธรรมชาติภายนอกกับพื้นที่ภายในอย่างกลมกลืน และซ่อนรอยต่อของสกรูไว้อย่างแนบเนียน เพิ่มความสบายตาและโปร่งโล่งสบายให้กับบ้าน พร้อมสีให้เลือกถึง 5 สี ทั้ง Natural White, Shine Gray, Autumn Brown, Dusk Gray และ Natural Black โดยซีรีส์นี้ประกอบด้วย

Synchronized Hanging Door บานเลื่อนแขวนดีไซน์ใหม่ กับฟังก์ชันซินโครไนซ์ที่เปิด-ปิดบานพร้อมกันทั้งสองฝั่งได้อย่างเงียบสนิท นุ่มนวล ด้วยสัมผัสเดียว พร้อมซ่อนระบบรางเพื่อความสบายตา โดยยังคงความแข็งแรงแต่เพรียวบางด้วยโปรไฟล์และมือจับขนาด 16 มม. ประหยัดพื้นที่ ดีไซน์เรียบหรูเข้ากับทุกสไตล์การตกแต่ง 

Swing Door with Floor Spring Hinges บานเปิดพร้อมมีโช๊คประตูฝังพื้น มอบการใช้งานที่นุ่มนวล และทนทานในระยะยาว ดีไซน์กลมกลืนกับพื้นที่ ตอบโจทย์งานตกแต่งที่ต้องการความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรสนิยม

Corner Type Fixed Divider ฉากกั้นห้องแบบเข้ามุมที่ช่วยเพิ่มมิติใหม่ให้พื้นที่ภายในบ้าน แบ่งโซนการใช้งานได้อย่างลงตัว พร้อมดีไซน์บางเบา โปร่งโล่ง เชื่อมโยงทุกบรรยากาศให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว

TOSTEM ยังเตรียมสร้างความประทับใจผ่านบูธจัดแสดงที่เปิดให้สัมผัสสุนทรียภาพของการจัดสรรสเปซ ซึ่งออกแบบโดยภากร มหพันธ์ สถาปนิกจากบริษัท เอ็มสเปซ จำกัด (M SPACE) ที่หยิบยกความอ่อนช้อยทว่าแข็งแกร่งของเกราะซามูไรญี่ปุ่นมาตีความใหม่เป็นเส้นสายโค้งมนในการตกแต่งฟาซาด โดยตัวโครงสร้างถูกออกแบบให้ลอยเด่นและเปิดกว้างทั้ง 4 ทิศทาง พร้อมชั้นลอยที่มองเห็นภาพรวมทั้งหมดได้จากด้านบน ภายในบูธยังถูกเนรมิตให้เป็นเขาวงกตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนที่แบบพินบอล มานำทางให้ผู้คนออกสำรวจเส้นทาง และใช้เวลากับแต่ละห้องย่อยที่เชื่อมกันอย่างไร้รอยต่อด้วยบานประตูและบานเลื่อนจาก TOSTEM พร้อมสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าในงานสถาปนิก’69 อาทิ มอบส่วนลด 15% สำหรับสินค้าซีรีส์ GRANTS, ATIS, IN16 เมื่อมัดจำค่าสินค้า 20,000 บาท ภายในงานสถาปนิก’69  เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569  และสั่งซื้อสินค้าและติดตั้งภายใน 31 ตุลาคม 2569 ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการขายเท่านั้น

นายวิชา กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการชะลอการเปิดโครงการใหม่ ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าโครงการ (Project) เติบโตชะลอลง TOSTEM จึงตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าในตลาดศักยภาพสูงที่ยังคงต้องการโซลูชันที่อยู่อาศัยใหม่ อย่างเช่นกลุ่มเจ้าของบ้าน (Retail) ที่กำลังรีโนเวทหรือสร้างบ้านใหม่ และกลุ่มอาคารเชิงพาณิชย์ (Commercial Building) อาทิ โรงแรม รีสอร์ท โรงพยาบาล ร้านอาหาร อาคารสำนักงาน และสถานศึกษา 

สำหรับกลยุทธ์สำคัญในการเข้าถึงลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มหลักนี้ TOSTEM มุ่งขยายเครือข่ายการให้บริการครอบคลุมพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่และจังหวัดท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงและยังมีช่องว่างในการทำตลาด โดยร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในการพัฒนา TOSTEM Studio ที่บริหารงานโดยตัวแทนจำหน่ายผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเปิดพื้นที่ประสบการณ์ให้ลูกค้าได้สัมผัสดีไซน์และนวัตกรรมที่อยู่อาศัยของ TOSTEM ด้วยตนเอง โดยปัจจุบัน TOSTEM Studio เปิดให้บริการแล้ว 18 แห่งทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพฯ ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม อยุธยา พิษณุโลก ชลบุรี อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา สงขลา น่าน เชียงราย เชียงใหม่ และตั้งเป้าจะขยายให้ครบ 25 สาขาภายในปีนี้ เพื่อให้ TOSTEM Studio เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงแบรนด์สู่กลุ่มลูกค้าในทุกภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าการขยายเครือข่ายในครั้งนี้จะช่วยให้ยอดขายรวมในปี 2569 เติบโตขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถมาร่วมสัมผัสดีไซน์และนวัตกรรมการอยู่อาศัยใหม่ของ TOSTEM พร้อมโปรโมชั่นพิเศษได้ในงานสถาปนิก’69 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ณ บูธ D108 เสาที่ 22 ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 ทางเข้า 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ TOSTEM LINE Official – @tostemthailand

- Advertisement -