บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

TMBThanachart Bank (TTB.BK/TTB TB)*

ผลประกอบการ 1Q69: ยังคงลดขนาดธุรกิจต่อ

Event 

อัพเดตแนวโน้ม, ปรับประมาณการ และ ราคาเป้าหมายเล็กน้อย  

Impact 

ผลประกอบการ 1Q69 ไม่น่าตื่นเต้นแม้จะมีกำไรจากการลงทุนก้อนใหญ่ 

กำไรสุทธิของ TTB ใน 1Q69 ไม่น่าตื่นเต้นโดยอยู่ที่ 5.2 พันล้านบาท (-1% QoQ and +1% YoY) ทั้งที่มีกำไรจากการลงทุนก้อนใหญ่ 1 พันล้านบาท (จาก 348 ล้านบาทใน 4Q68 และ 601 ล้านบาทใน 1Q68) นอกจากนี้ กำไรที่อยู่ในกรอบแคบสะท้อนถึง NIM ที่ทรงตัว QoQ (-20bps YoY) ในขณะที่สินเชื่อหดตัวลง (-2% QoQ และ -3% YoY) ซึ่งฉุดให้ NII ลดลง 1% QoQ และ 8% YoY อย่างไรก็ตารายได้มิใช่ดอกเบี้ย (non-NII) ลดลง 1% จากฐานที่สูงใน 4Q68 แต่เพิ่มขึ้น 22% YoY โดยกำไรสุทธิใน 1Q69 คิดเป็น 26% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา  

ขยายสินเชื่อในกลุ่มที่มีขนาดเล็กที่มียีลด์สูง 

ในขณะที่สินเชื่อรวมหดตัวลง 2% QoQ และ 3% YoY ธนาคารยังคงขยายสินเชื่อเพิ่มในกลุ่มที่มีขนาดเล็กและให้ยีลด์สูง อาทิ สินเชื่อจำนำทะเบียน, บ้านแลกเงิน, และ สินเชื่อบัตรเครดิต โดยสินเชื่อจำนำทะเบียน และ สินเชื่อ P-Loan ขยายตัวประมาณ 3-10% QTD อย่างไรก็ตาม สินเชื่อกลุ่มหลักอย่างเช่น สินเชื่อ H/P, สินเชื่อจดจำนอง, สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และ สินชเอ SME ยังคงอยู่ในโหมดหดตัว โดยพอร์ตสินเชื่อ H/P ยังคงลดลง 2% YTD แม้ว่าอุปสงค์รถ EV จะแข็งแกร่ง 

คุณภาพสินทรัพย์ยังทรงตัว โดยตั้งคชจ.สำรองฯ (credit cost) เพิ่มขึ้น 

ธนาคารยังคงนโยบายการบริหารจัดการ NPL ให้ต่ำ โดย NPL ลดลงประมาณ 1% QoQ และ 2% YoY ในขณะที่คชจ.สำรองฯ (credit cost) เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.35% (จาก 1.2% ใน 4Q68 และ 1.35% ในปี 2568) เพื่อเพิ่มส่วนรองรับหนี้เสียในช่วงที่คุณภาพสินทรัพย์ผันผวนในไตรมาสต่อ ๆ ไป  

ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569F เป็น 2.2 บาท แต่ปรับลดคำแนะนำเป็นขาย 

แม้จะมีกำไรจากการลงทุนก้อนใหญ่ใน 1Q69 แต่ผลประกอบการในไตรมาสแรกยังคิดเป็นเพียง 26% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเราเท่านั้น เรามองกลยุทธ์ของ TTB ในการลดพอร์ตสินเชื่อ และ ลดขนาดงบดุลมาตลอดในช่วง 3-4 ที่ผ่านมา สะท้อนถึงสูญเสียทางการตลาดในธุรกิจสินเชื่อ และหากดูกลยุทธการรายได้ที่เน้นไปที่การบริหารความมั่งคั่ง ทำให้คาดว่าธนาคารคงใช้เวลาอีกนานในการลดขนาดงบดุล ทั้งนี้การซื้อหุ้นคืนเพิ่มขึ้นเป็น 3.5 หมื่นล้านบาทถึงปี 2571 ทำให้ ROE สูงขึ้น เราจึง Re-rate PBV เป็น 0.85x (จาก 0.8x) ทำให้เราได้ราคาเป้าหมายปี 2569F ใหม่ที่ 2.2 บาท (จากเดิม 2.0 บาท) ด้วยอัพไซด์ราคาที่จำกัด อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าสนใจน้อยลง และ ปรับลดคำแนะนำจากถือเป็นขาย  

Risks 

รายได้โตลดลง, NPLs เพิ่มขึ้น และ ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น. 

- Advertisement -