บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
NTF Intergroup (NTF.BK/NTF TB)
ทุเรียนส่งออกไปจีนโตแรงเกินคาด
Event
คาดการณ์ผลการดำเนินงาน 1Q69 และแนวโน้มผลการดำเนินงาน
ทุเรียนส่งออกโตแรง หนุนกำไร 1Q69 โตเด่น YoY
ปริมาณส่งออกทุเรียนไทยไปจีนในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 เติบโต 491% YoY สู่ระดับ 84,549 ตัน โดยได้รับแรงหนุนจากฐานที่ต่ำในปีก่อน ซึ่งจีนเข้มงวดการบังคับใช้กฎระเบียบด้านสารเคมีตกค้างและสารปนเปื้อนในสินค้าเกษตรนำเข้า ส่งผลให้ผู้ส่งออกไทยต้องปรับปรุงกระบวนการผลิตและตรวจสอบคุณภาพใหม่ทั้งหมด ประกอบกับ 1Q68 ทุเรียนภาคใต้คุณภาพลดลงจากปัญหาฝนตกผิดปกติในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียน นอกจากนี้คาดปริมาณผลผลิตทุเรียนไทยปีนี้จะเพิ่มขึ้น 16% YoY ทั้งนี้ เราคาดการณ์อย่างอนุรักษ์นิยม คาดยอดขาย 1Q69 โต 108% YoY (คาดปริมาณส่งออกเติบโตต่ำกว่าอุตสาหกรรม เพราะเน้นสินค้าพรีเมี่ยม ขณะที่คาดราคาส่งออกเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย) อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะทรงตัวที่ 19% เพิ่มขึ้นจาก 16.8% ใน 1Q25 และใกล้เคียงกับ 4Q25 หนุนโดยกลยุทธ์การตั้งราคาแบบ Cost-plus ของ NTF โดยรวมแล้ว ด้วยรายได้ที่เติบโตโดดเด่นและอัตรากำไรที่แข็งแกร่ง เราคาดกำไรสุทธิ 1Q26 จะเติบโต 165% YoY และ 29% QoQ เป็น 34.5 ล้านบาท
คาด 2Q69 โตเด่นต่อ และทุเรียนเวียดนามเข้าช่วยเสริมใน 3Q69
เราคาดกำไร 2Q69 ของ NTF จะเติบโตโดดเด่นทั้ง YoY และ QoQ หนุนโดยอุปสงค์จากจีนที่แข็งแกร่งและฤดูกาลเก็บเกี่ยวทุเรียนภาคตะวันออกของไทยที่คาดว่าผลผลิตจะเติบโต 16% YoY ในปีนี้ NTF มีความพร้อมมากกว่าปีก่อนอย่างชัดเจน ทั้งจากเงินทุนหมุนเวียนที่แข็งแกร่งขึ้นหลัง IPO และจำนวนล้งพันธมิตรที่เพิ่มเกือบเท่าตัวจาก 5 แห่งเป็น 10 แห่งเมื่อสิ้นปี 2568 โดยเราตั้งสมมติฐานอย่างอนุรักษ์นิยมว่าจะมีการเพิ่มล้งพันธมิตรอีก 4 แห่งในปีนี้ (บริษัทตั้งเป้าเพิ่ม 5 แห่ง) ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเติบโตของปริมาณส่งออกใน 2Q69 สำหรับ 3Q69 แม้ผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกของไทยจะผ่านจุดพีคไปแล้ว แต่เครือข่ายการจัดหาสินค้าในเวียดนามของ NTF ซึ่งได้เริ่มทดลองส่งออกตั้งแต่ช่วง 2H68 จะเข้ามาเสริมในส่วนนี้ได้ เนื่องจากฤดูเก็บเกี่ยวทุเรียนเวียดนามมักมีจุดพีคช้ากว่าไทยราว 1 ไตรมาส ทำให้ปริมาณทุเรียนเวียดนามจะเป็นแรงหนุนเพิ่มเติมที่มีนัยสำคัญใน 3Q69 ช่วยลดความผันผวนของผลการดำเนินงานรายไตรมาสและเสริมการเติบโตของกำไร YoY ให้ต่อเนื่อง
Valuation & action
เราคงประมาณการกำไรอย่างอนุรักษ์นิยม โดยคาดกำไรทั้งปีเติบโต +61% YoY และคงราคาเป้าหมายที่ 18.50 บาท อิง PE 10 เท่า ใกล้เคียงระดับ +1SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปีของกลุ่มสินค้าเกษตรที่ 10.6 เท่า และด้วย EPS ปี 2568–2571 ที่คาดเติบโตในอัตรา CAGR 24% NTF จะมี PEG เพียง 0.5 เท่าที่ราคาเป้าหมายดังกล่าว ซึ่งยังไม่แพงเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต เราจึงคงคำแนะนำ Outperform ทั้งนี้ในช่วง 2Q69 ซึ่งเป็นจุด Peak ของผลการดำเนินงาน แรงเก็งกำไรอาจหนุนให้หุ้นเทรดในระดับพรีเมี่ยมกว่าคาด โดยหากอิง PE ที่ +2SD ของกลุ่มฯ หรือราว 13 เท่า ราคาเป้าหมายในกรณีนี้ (Bullish case) อาจสูงได้ถึง 24 บาท ซึ่ง ณ ระดับราคาดังกล่าวยังคิดเป็นเพียง 9.3 เท่าบนประมาณการปี 2570 ที่เราคาดกำไรจะเติบโตต่ออีก +40% YoY
Risks
ความผันผวนของราคาทุเรียน ค่าเงินบาท/หยวน ปริมาณผลผลิตทุเรียน







