บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

PTT OIL AND RETAIL BUSINESS (OR TB)

แนวโน้ม 1Q26 แข็งแกร่งแต่จะอ่อนลงใน 2Q26

  • 1Q26E ได้แรงหนุนจากดีมานด์และกำไรสต็อกจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

  • ธุรกิจ Mobility และ Lifestyle แข็งแรง ขณะที่ Global ถูกกดดันจากกัมพูชา

  • 2Q26 มีแนวโน้มอ่อนตัวแต่คาดการฟื้นตัวใน 2H26 ช่วยหนุนประมาณการทั้งปี

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางหนุนความต้องการน้ำมัน 1Q26 ให้สูงขึ้น

สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางส่งผลบวกต่อ OR ใน 1Q26 (แต่จะเป็นลบใน 2Q26) เนื่องจากความกังวลของผู้ใช้น้ำมันว่าน้ำมันจะขาดแคลนและราคาพุ่งสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบโลกในเดือน มี.ค. ทำให้ประชาชนแห่เติมน้ำมันมากกว่าปกติ เห็นได้จากปริมาณการจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วในประเทศในเดือน มี.ค. เพิ่มสูงขึ้นเป็น 81.6 ล้านลิตร/วัน จากเฉลี่ย 69.9 ล้านลิตร/วันในเดือน ม.ค.-ก.พ. จำนวนคนเข้าสถานีบริการมากขึ้นเป็นอานิสงส์ต่อธุรกิจ Lifestyle ไปโดยปริยาย ขณะเดียวกันราคาน้ำมันดิบโลกสูงขึ้นทำให้บริษัทมีกำไรจากสต็อก

ธุรกิจ Mobility เติบโตจากตลาดค้าปลีกและอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น

ใน 1Q26 เราคาดปริมาณการขายน้ำมัน 6,645 ล้านลิตร (+7.3% q-q, -0.9% y-y) เพิ่มขึ้นตามสถานการณ์การแห่เติมน้ำมันของผู้ใช้น้ำมันในเดือน มี.ค. ประกอบกับยังเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว การเติบโตหลักอยู่ที่ตลาดค้าปลีก (+13.0% q-q, +18.3% y-y) ขณะที่ตลาดพาณิชย์ คาด +3.0% q-q, -12.6% y-y อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรคาดสูงขึ้นเป็น 1.11 บาท (+8.8% ทั้ง q-q และ y-y) จากกำไรสต็อกประมาณ 12.0 พันล้านบาท ซึ่งทำให้คาด EBITDA ของธุรกิจ Mobility +26.3% q-q, -9.7% y-y

ธุรกิจ Lifestyle ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง ขณะที่กัมพูชากดดันธุรกิจ Global

ธุรกิจ Lifestyle ใน 1Q26 มีแนวโน้มดีตามทิศทาง Mobility จำนวนแก้วที่ขายได้ของร้าน Amazon คาดทำสถิติสูงสุด 112 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้นจาก 109 ล้านแก้วใน 4Q25 และ 104 ล้านแก้วใน 1Q25 ส่วนหนึ่งจากสาขาที่เปิดเพิ่ม 45 แห่ง ค่าใช้จ่ายลดลงจากระดับสูงใน 4Q25 ทำให้ EBITDA ของธุรกิจ Lifestyle น่าจะเพิ่มขึ้น 19.1% q-q และ 12.2% y-y สำหรับธุรกิจ Global ยังถูกกดดันจากธุรกิจในกัมพูชาต่อเนื่อง แม้ว่าปริมาณขายน้ำมันจะเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์เดียวกับประเทศไทย แต่จำนวนสถานีบริการในกัมพูชาทยอยปิดตัวลง ซึ่งส่งต่อเนื่องมายังธุรกิจ Non-oil ในกัมพูชาเช่นกัน

คาดกำไร 1Q26 แข็งแกร่ง แต่จะอ่อนตัวลงใน 2Q26 แนวโน้มทั้งปียังไม่เปลี่ยน

เราคาดกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 2,768.0 ล้านบาท (+33.2% q-q, -36.8% y-y) คิดเป็น 24% ของประมาณการทั้งปี แนวโน้มกำไร 2Q26 ลดลง q-q โดยเฉพาะธุรกิจ Mobility นอกจากตามฤดูกาลแล้ว ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลทั้งประเทศในช่วง 20 วันแรกของเดือน เม.ย. ลดลงเหลือ 51.5 ล้านลิตร/วัน อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรอาจลดลงเหลือประมาณ 0.70-0.75 บาทจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เรายังคงประมาณการกำไรทั้งปี โดยคาดว่าธุรกิจ Mobility จะดีขึ้นใน 2H26 และธุรกิจ Lifestyle ที่แนวโน้มสดใสน่าจะช่วยลดผลกระทบได้บ้าง

- Advertisement -