บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
MAGURO GROUP (MAGURO TB)
การขยายสาขาใหม่ยังทำงานได้ดี
- แม้ SSSG 1Q26 อาจติดลบเล็กน้อย แต่ผลบวกของสาขาใหม่ ยังหนุนรายได้และกำไรโต y-y ได้
- เริ่มเห็นสัญญาณการปรับขึ้นของต้นทุน และยังต้องทำโปรโมชั่นต่อเนื่อง
- ปรับลดกำไรลงเล็กน้อย และปรับเป้าลงเป็น 26 บาท
คาดกำไร 1Q26 โต y-y จากผลของสาขาใหม่
คาดกำไรสุทธิ 1Q26 อยู่ที่ 38 ลบ. (-17.7% q-q, +16.0% y-y) สาเหตุกำไรลดลง q-q มาจากปัจจัยฤดูกาล ส่วนคาดกำไรโต y-y มาจากรายได้สาขาใหม่เป็นหลัก ซึ่งเพิ่มขึ้น +14 สาขา y-y และ +1 สาขา q-q (Kiwamiya, Central World) สามารถหักล้าง SSSG ที่คาด -2.5% y-y ในไตรมาสนี้ ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่สูงของ 2 แบรนด์อย่าง Tonkatsu Aoki และ CouCou จึงคาดรายได้รวมอยู่ที่ 534 ลบ. (-10.5% q-q, +28.7% y-y) และคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 46.4% อ่อนลง q-q และ y-y เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบบางรายการปรับตัวสูงขึ้น กอปรกับการทำโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้าต่อเนื่อง คาดค่าใช้จ่าย SG&A ยังทรงตัวสูง จากค่าใช้จ่ายสาขาใหม่ที่เตรียมเปิดใน 2Q26
2Q26 น่าจะยังโต y-y ได้ต่อ แม้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายอาจเริ่มสูงขึ้น
แนวโน้มกำไร 2Q26 อาจทรงตัวถึงอ่อนลง q-q ตามฤดูกาล เนื่องจากเป็นไตรมาสที่ต้นทุนปลาแซลมอนมักสูงของปี (ราคา 1H สูงกว่า 2H) โดยราคาเฉลี่ย 1Q26 +19.6% q-q, +0.6% y-y นอกจากนี้เราคาดบริษัทจะถูกกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น อาทิ ค่าขนส่งที่กระทบให้ต้นทุนการซื้อหรือนำเข้าวัตถุดิบสูงขึ้น รวมถึงบริษัทจะเริ่มใช้ระบบ ERP ตั้งแต่เดือน เม.ย. จึงคาดรับรู้ค่าใช้จ่ายตัดจำหน่ายเพิ่มเติม แต่ยังคาดกำไรจะโต y-y ได้ต่อเนื่อง เพราะนอกจากหนุนด้วยรายได้สาขาใหม่ที่เปิดในช่วงก่อนหน้าแล้ว บริษัทได้เปิด 4 สาขาใหม่ในเดือน เม.ย. (หนึ่งในนั้นมีแบรนด์ใหม่อย่าง Ippe Koppe ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี)
ปรับลด GM เพื่อสะท้อนต้นทุน และผลของการทำโปรโมชั่น
บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2026 โตไม่น้อยกว่า 30% y-y ด้วยแผนเปิดสาขาใหม่ 15-20 สาขา และมีเป้า SSSG ที่ +3-5% y-y และอัตรากำไรขั้นต้นราว 50% (1Q26 คาด 46.4%) อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์กำลังซื้อไม่สดใสนัก ทำให้บริษัทยังต้องทำโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำเสนอเมนูใหม่ และเมนูที่ราคาย่อมเยาเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า และแนวโน้มต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่อาจถูกกระทบจากผลของสงคราม ดังนั้นเราจึงปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นปี 2026 ลงเป็น 47.2% (จาก 47.6%) และปรับลดกำไรสุทธิลงเล็กน้อยราว 5% เป็น 165 ลบ. (+11.0% y-y)
ยังแนะนำ ซื้อ แต่ปรับเป้าลงเป็น 26 บาท
ปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 26 บาท ปรับลด Target PE เป็น 20x จากเดิม 23x เพื่อสะท้อนมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อแนวโน้มต้นทุนและภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เรายังมองบวกต่อกลยุทธ์ของบริษัทในการนำเสนอแบรนด์ใหม่เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มระดับกลาง-บน โดยในเดือน ก.ค. บริษัทเตรียมเปิดแบรนด์ Kaiten Sushi Ginza Onodera ซึ่งเป็นร้านซูชิสายพาน ระดับ Michelin Star ถือเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในกลุ่มลูกค้าชาวไทย จึงคงคำแนะนำ ซื้อ







