บล.เอเซีย พลัส:
PR9 ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเร่งตัวขึ้น
Flash Points
• หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษจากการตุนวัสดุและเวชภัณฑ์ล่วงหน้าราว 5 ล้านบาท คาดกำไรปกติ 1Q69 จะอยู่ที่ 188 ล้านบาท ลดลง 6.1% YoY และ 15.9% QoQ แม้รายได้ รพ. อ่อนตัว 7.9% QoQ จากฤดูกาล แต่ยังเติบโต 3.8% YoY จากผู้ป่วยตะวันออกกลางที่ยังขยายตัว Double Digit YoY จากการเร่งเข้าใช้บริการก่อนเดือนรอมฎอน, การเติบโตของผู้ป่วยเมียนมาร์ และบังคลาเทศ รวมถึงผู้ป่วยไทยที่เข้ามารักษาโรคซับซ้อนมากขึ้นอาทิ โรคไต, โรคหัวใจ และโรคทางสมอง ช่วยชดเชยการชะลอตัวของผู้ป่วยกัมพูชาและจีน
• ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ จากการเตรียมบุคลากร, ค่าเสื่อมราคาจากการลงทุนระบบ HIS/ERP และอุปกรณ์การแพทย์ใหม่ (Da Vinci, Biplane) รองรับการขยายงานในปีนี้ รวมถึงการให้ส่วนลดแก่ผู้ป่วยไทย ส่งผลให้ Gross Margin ลดลงเหลือที่ 35.6% จาก 36.7% ใน 1Q68 และ 4Q68 ขณะที่ SG&A/Sales ขยับขึ้นเป็น 19.3% จาก 18.4% ใน 1Q68 และ 19.1% ใน 4Q68 ตามค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่สูงขึ้น และอัตราภาษีจ่ายกลับสู่ระดับปกติ 20% หลังไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ภาษี BOI เหมือนปีก่อนหน้า
Impact Insight
• เพื่อสะท้อนต้นทุนการดำเนินงานที่สูงกว่าคาด และความเสี่ยงจากสงครามอิหร่านซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง และอาจยืดเยื้อถึงสิ้นเดือน มิ.ย. (อิงกรณีฐานจาก สศช.) ฝ่ายวิจัยจึงปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 69 ลงจากเดิม 9% เหลือ 842 ล้านบาท ทรงตัว YoY และปรับสมมติฐานรายได้ รพ. เหลือ 5,545 ล้านบาท เติบโต 5.1% YoY ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองผู้บริหารที่ประเมินรายได้ปี 69 เติบโตระดับ Single Digit YoY
• คาดกำไรสุทธิ 2Q69 ดีขึ้นเล็กน้อย YoY จากฐานที่ต่ำมาก แต่ทรงตัว QoQ จากแรงกดดันด้านต้นทุน และค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น แม้รายได้ รพ. ฟื้นตัว โดยเฉพาะจากกาตาร์ที่เริ่มกลับเข้ามาในเดือน เม.ย. หลังพ้นรอมฎอน บวกกับการเติบโตของผู้ป่วยเมียนมาร์ และบังคลาเทศ รวมถึงผู้ป่วยกัมพูชาที่เริ่มบินมารักษาโรคซับซ้อน ช่วยชดเชยรายได้ผู้ป่วยไทยที่ชะลอตัวจากช่วง Low season และกำลังซื้อที่อ่อนแอจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น
Execution
• ปรับราคาเหมาะสมปี 69 อิง DCF ลงที่ 22.00 บาท ซึ่งยังมี Upside ราว 33% ฝ่ายวิจัยคาดหวังการฟื้นตัวมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจาก Pent-up Demand โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง หากสถานการณ์คลี่คลายมากขึ้น คงคำแนะนำ “ซื้อ”








