บล.เอเซีย พลัส:
TOP คาด 1Q69 โดดเด่น รับผลบวกทั้ง GRM และ Stock Gain
Flash Points
• ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ราว 1.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 678.4% qoq หรือเกือบ 8 เท่า จากกำไรงวด 4Q68 ที่ 2.5 พันล้านบาท รับปัจจัยหนุนหลักจากทั้งกำไรปกติที่เพิ่มขึ้น 28.1% qoq และรายการพิเศษที่ในงวดนี้สุทธิแล้วพลิกกลับเป็นรายได้รวมราว 1.1 หมื่นล้านบาท (หลังหักภาษี) จากงวดก่อนที่สุทธิเป็นค่าใช้จ่ายรวม 4.0 พันล้านบาท โดยเป็นผลมาจาก 1) บันทึกกลับเป็นกำไรจากสต๊อกน้ำมันรวม NRV ราว 1.4 หมื่นล้านบาท จากขาดทุนฯ 3.0 พันล้านบาท 2) บันทึกขาดทุน Oil Hedging เพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 7.0 จาก 1.0 พันล้านบาท 3) บันทึกกำไรจาก Fx ตามค่าเงินบาทที่อ่อนค่าราว 1.5 พันล้านบาท และ 4) บันทึกกำไรจากการซื้อคืนพันธบัตรราว 2.1 ล้านบาท
• หากมาพิจารณากำไรปกติ 1Q69 คาดจะเพิ่มขึ้น 28.1% qoq มาอยู่ราว 8.3 พันล้านบาท รับผลบวกจากธุรกิจโรงกลั่นที่ดีขึ้นจากงวดก่อนหน้า โดยคาด Market GRM จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 12.0 จาก 9.4 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล รับผลบวกจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบยังมีราคาต่ำเพราะปกติจะต้องสั่งล่วงหน้าราว 1 เดือน ขณะที่ส่วนแบ่งจากธุรกิจอะโรเมติกส์และ LAB ทรงตัวที่ราว 1.0 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ยังไม่ได้รับผลบวกจากภาวะสงครามมากนัก ส่วนส่วนแบ่งน้ำมันหล่อลื่น TLB คาดจะลดลงมาอยู่ราว 1.0 จาก 1.5 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล จากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้น
Impact Insight
• ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการปี 2569-70 เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มสมมติฐานโรงกลั่นขึ้นจากเดิม 1 เหรียญฯ มาอยู่ที่ 6.5 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ยกระดับขึ้นจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้น และถึงแม้จะคาดว่าจบลงในที่สุด แต่ก็ต้องใช้ระยะเวลากว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้คาดการณ์กำไรปกติปี 2569 จะอยู่ราว 1.46 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.7% yoy
• สำหรับ Outlook 2Q69 คาดกำไรปกติจะยังทรงตัวได้ในระดับสูงต่อเนื่อง QoQ สะท้อนจากค่าการกลั่นอ้างอิงสิงคโปร์ 2QTD69 ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ราว 36.2 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล ประกอบกับสถานการณ์สงครามยังไม่จบลง ทำให้น่าจะประคองค่าการกลั่นอยู่สูงได้ต่อ ถึงแม้ต้นทุนน้ำมันดิบ ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย รวมถึงผลกระทบจากการแทรกแซงของภาครัฐในการลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซล แต่คาดจะยังมีกำไรอยู่ในระดับที่ดี สำหรับในส่วนของ bottomline คาดไม่น่าจะเห็นกำไรสต๊อกฯ ก้อนใหญ่เช่น 1Q69
Execution
• ภายใต้ประมาณการใหม่ มูลค่าพื้นฐานสิ้นปี 2569 อยู่ที่ 58 บาทต่อหุ้น (เดิม 55) คาดว่าราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาที่ไม่ปรับตัวขึ้นถูกกดดันไม่สะท้อนภาพค่าการกลั่นที่โดดเด่นในช่วง 2QTD69 นั้น มาจากประเด็นการแทรกแซงของภาครัฐ ซึ่งน่าจะสะท้อนในราคาไปแล้วระดับหนึ่ง ประกอบกับงบ 1Q69 ที่โดดเด่นมาก และภาวะสงครามช่วยยกระดับค่าการกลั่น ราคาน้ำมันในช่วง 1-2 ปีนี้ รวมถึงภาพใหญ่ยังมี Dividend Yield สูง จึงแนะนำทยอยซื้อสะสมได้ และถ้าเน้นลงทุนสั้นแนะนำ Trading ตามทิศทางตลาดและราคาน้ำมัน








