บล.กสิกรไทย:
PTTGC ภาวะอุปทานหยุดชะงักกำลังปรับเปลี่ยนวัฎจักร
ภาวะอุปทานหยุดชะงักกำลังปรับเปลี่ยนวัฏจักร
กำลังการผลิตปิโตรเคมีทั่วโลกประมาณ 40 ล้านตันหยุดชะงักจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน ซึ่งได้ลบล้างภาวะอุปทานส่วนเกินของเอทิลีนที่คาดไว้ในปี 2569 เกือบทั้งหมด (ประมาณ 48 ล้านตัน) ส่งผลให้ตลาดมีแนวโน้มเข้าสู่สมดุลหรือขาดดุล ทั้งนี้ การกลับมาเดินเครื่องของโรงงานที่เสียหายในตะวันออกกลางอาจใช้เวลานานถึง 3 ปี (โดยเฉพาะในพื้นที่ที่โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าได้รับความเสียหาย) ซึ่งจะสนับสนุนให้ส่วนต่างราคาแข็งแกร่งขึ้นและอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้นตลอดวัฏจักร
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรจากขาดทุนสุทธิเป็นกำไร
ประมาณการปี 2569–2570 ถูกปรับจากขาดทุน 6.3 พันลบ. เป็นกำไร 1.15 หมื่นลบ. ต่อปี หนุนจากส่วนต่างราคา HDPE/PP ที่สูงขึ้น (400 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน) และสมมติฐาน GRM ที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นช่วยเพิ่มกำไรจากสต็อกน้ำมัน แต่ส่วนใหญ่ถูกหักล้างด้วยขาดทุนจากการทำประกันความเสี่ยงน้ำมัน
โมเมนตัมเชิงบวกต่อเนื่องเข้าสู่ไตรมาส 2/2569
กำไรมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อ (~5 พันลบ.) จาก GRM ที่เพิ่มขึ้น และโอกาสได้รับประโยชน์จากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ในเชิง QTD Singapore GRM เพิ่มขึ้นเกือบ 30 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ขณะที่ส่วนต่างราคา HDPE ก็เพิ่มขึ้น 200 ดอลลาร์ฯ/ตัน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกดังกล่าวจะถูกหักล้างเป็นส่วนใหญ่จากการกลับมาเป็นขาดทุนสต็อกน้ำมัน และการรับรู้ขาดทุนจากการทำประกันความเสี่ยงน้ำมันเพิ่มเติม
คงคำแนะนำ “ซื้อ”
พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเล็กน้อยเป็น 38.3 บาท จากการปรับเพิ่มประมาณการกำไร เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นเล็กน้อยเป็น 38.3 บาท จาก 35 บาท โดยอิง PBV ปี 2569 ที่ระดับเดิม 0.73 เท่า (+0.25SD) เราคาดว่าเมื่อตลาดเริ่มเชื่อว่าวัฏจักรปิโตรเคมีกำลังเคลื่อนตัวจากจุดต่ำสุดไปสู่ช่วงกลางของวัฏจักร มูลค่าของกลุ่มอุตสาหกรรมจะถูกปรับเพิ่ม ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” PTTGC









