บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย):

Bangkok Dusit Medical Services (BDMS TB)

การเติบโตยังคงซบเซา

มุมมองเป็นกลางจากงาน Maybank Invest Thailand

เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 69 เราได้จัดงาน Maybank Invest Thailand ร่วมกับ BDMS โดยคำถามของนักลงทุนส่วนใหญ่เน้นไปที่ผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน, แนวโน้มรายได้ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ และทิศทางของอัตรากำไร โดยรวมเรามองว่าโทนจากการประชุมเป็นกลาง และยังคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับ BDMS (ราคาเป้าหมาย 20 บาท) เราเห็นปัจจัยบวกระยะสั้นที่จำกัด เนื่องจากทั้งการเติบโตของรายได้และการขยายตัวของอัตรากำไรยังคงถูกกดดัน เราคาดว่ากำไรปี 69 จะค่อนข้างทรงตัว YoY และมีโอกาสดาวน์ไซด์ หากความขัดแย้งยืดเยื้อหรือเศรษฐกิจในประเทศอ่อนแอลงมากกว่าที่คาด นอกจากนี้ในด้าน Valuation ที่ P/E 18 เท่า ในปี 69 ยังไม่ค่อยดึงดูดนัก โดยยังสูงกว่ากลุ่มเล็กน้อยที่ 17 เท่า

รายได้ตะวันออกกลางพลิกเป็นลบในช่วง มี.ค.–เม.ย.

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้รายได้จากผู้ป่วยกลุ่มตะวันออกกลางพลิกกลับมาติดลบในเดือนมีนาคม 69 (เทียบกับ +10% YoY ในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 69) โดยการลดลงแบบ YoY เริ่มขยายวงกว้างขึ้นอีกในเดือนเมษายน 69 ทั้งนี้ในด้านต้นทุน ผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นคาดจำกัด เนื่องจากต้นทุนที่เกี่ยวข้องใกล้เคียงที่สุดคือ ค่าไฟฟ้า ซึ่งคิดเป็นเพียง 2% ของต้นทุนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงหากความขัดแย้งยืดเยื้อ BDMS ได้ขยายระยะเวลาสำรองเวชภัณฑ์และยาเพิ่มขึ้นจาก 30 วันเป็น 90 วัน เพื่อให้มั่นใจว่ามีสต็อกเพียงพอสำหรับผู้ป่วย

กลุ่มผู้ป่วยไทยยังซบเซา ขณะที่กัมพูชายังไม่ฟื้นตัว

ความต้องการใช้บริการของผู้ป่วยไทยยังคงอ่อนตัว โดยการเติบโตในเดือนเมษายน (จนถึงปัจจุบัน) อยู่ในระดับเลขหลักเดียวต่ำ YoY จากแรงกดดันในกลุ่มรายได้ต่ำถึงกลาง และโรคทั่วไป ปริมาณผู้ป่วยยังถูกกดดัน ทำให้เป้าหมายอัตราการครองเตียงระยะยาวที่ 70% (เทียบกับ 64% ในปี 2568) ยังเป็นเรื่องท้าทาย ขณะที่กัมพูชายังเป็นปัจจัยกดดันหลัก โดยรายได้ยังลดลงราว 70–80% YoY และยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน แม้คาดว่าจะทยอยดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จากฐานที่ต่ำ

คงเป้าหมายการดำเนินงานแต่ดาวน์ไซด์เริ่มสูงขึ้น

ผู้บริหารยังคงเป้าหมายการเติบโตของรายได้ปี 69 ไว้ที่ 2–4% และอัตรากำไร EBITDA ที่ 24% โดยระบุว่าแนวโน้มดังกล่าวยังไม่ได้รวมผลกระทบจากสงครามไว้ทั้งหมด จากแนวโน้มปัจจุบันรายได้มีโอกาสที่จะจบที่กรอบล่างของเป้าหมาย (2%) และมีความเสี่ยงที่จะต่ำกว่าเป้าหากความขัดแย้งยืดเยื้อหรือการฟื้นตัวของเที่ยวบินยังคงล่าช้า ส่วนโอกาสในการปรับขึ้นของอัตรากำไร EBITDA ดูจำกัดเนื่องจากโมเมนตัมรายได้ที่อ่อนแอ แม้จะมีการควบคุมต้นทุนแต่หากรายได้ต่ำกว่าคาด อัตรากำไรอาจได้รับแรงกดดันตามไปด้วย

- Advertisement -