บล.ทรีนีตี้:
บมจ. ติดล้อ โฮลดิ้งส์ – TIDLOR
คาดกำไรสุทธิ 1Q26F โตทั้ง QoQ และ YoY
-
คาดกำไรสุทธิ 1Q26F คาดว่าจะอยู่ที่ 1,330 ล้านบาท +11.1%YoY, +28.9QoQ เพิ่มขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อทะเบียนรถและธุรกิจประกันที่เติบโตขึ้น ประกอบกับมีต้นทุนทางการเงินลดลง ซึ่งมาจากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย
-
แนวโน้มปี 2026 คาดกำไรเติบโตราว 14.81%YoY จากสมมติฐานสินเชื่อที่เติบโต 10%YoY (เป้าบริษัทอยู่ที่ประมาณ 5-10%YoY) ขณะที่คาด Credit cost ที่ 2.50% (เป้าบริษัทอยู่ที่ประมาณ 2.5-2.8%) ประกอบกับคาดว่าสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกจะเติบโตอีกครั้งในปีนี้หลังจากที่ควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้แล้ว
Earning Review
-
พอร์ตสินเชื่อ (Net Loan) ใน 1Q26F คาดว่าจะอยู่ที่ 105,959 ล้านบาท +6.0% YoY, +1.8% QoQ ซึ่งมาจากการขยายตัวในกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียน รวมทั้งมีการเปิดสาขาเพิ่มจาก 4Q25 จำนวน 19 สาขา รวมสาขาทั้งหมด 1,892 สาขา
-
NIM คาดว่าจะอยู่ที่ 13.92% จาก 13.93% ใน 4Q25 ลดลง 1 bps จากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อเฉลี่ยที่มีแนวโน้มลดลงจากปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ แต่ต้นทุนทางการเงินก็ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยด้วยเช่นกัน
-
Cost to income คาดว่าจะอยู่ที่ 55.83% จาก 57.28% ลดลง 145 bps จากปัจจัยฤดูกาล และจากลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลง
-
NPL คาดว่าจะอยู่ที่ 1.43% จาก 1.54% ลดลง 11 bps โดยยังอยู่ในกรอบของ guidance ที่ไม่เกิน 2%
-
Credit Cost คาดว่าจะอยู่ที่ 2.69% ลดลง 92 bps จาก 4Q25 มาจากการที่ธปท. ปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งช่วยให้ลูกหนี้มีความสามารถในการชำระหนี้มากขึ้น
-
Coverage ratio คาดว่าจะอยู่ที่ 328% เพิ่มขึ้นจาก 325% ใน 4Q25 และ 256% ใน 1Q25
2026 Outlook
เราคาดแนวโน้มกำไรปี 2026 เเติบโตได้ราว 14.81%YoY ภายใต้สมมติฐานสินเชื่อเติบโต 10%YoY (เป้าบริษัทอยู่ที่ประมาณ 5-10%YoY) ประกอบกับคาดว่าสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกจะเติบโตอีกครั้งในปีนี้หลังจากที่ควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ในธุรกิจได้แล้ว และคาด credit cost ที่ 2.50% (เป้าบริษัทอยู่ที่ประมาณ 2.5-2.8%) ด้วยประมาณการดังกล่าว เราจึงให้ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 25.00 บาท (อิง PBV ที่ 1.5 เท่า ตาม Gordon Growth Model) ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside จึงแนะนำ “ซื้อ”
ความเสี่ยง: การแข่งขันด้านสินเชื่อที่สูงมากขึ้น สภาพเศรษฐกิจไทยที่ยังคงชะลอตัว และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงความไม่แน่นอนด้านการค้าโลก







