บล.ฟิลลิป:

ศุภาลัย – SPALI

คาด 1Q69 กำไรลดลง y-y และ q-q

Key Point

คาด 1Q69 กำไร 396 ลบ. ลดลง y-y และ q-q แม้รายรายโอนสูงขึ้น y-y แต่ GPM กดดันมากกว่าจากการแข่งขันในเซกเมนต์แนวราบที่สูงขึ้นและสัดส่วนโอนแนวสูงยังเข้ามาน้อยในไตรมาสนี โดยเราแนะนำลงทุนหลังประกาศงบ 1Q69 จากเป็นแนวโน้มที่ต่ำสุดของปี เริ่มมีคอนโดครบกำหนดโอนเข้ามาตั้งแต่ไตรมาสที่สอง ส่วนภาวะการแข่งขันและต้นทุนที่อาจสูงขึ้นจากภาวะสงคราม มอง SPALI ได้เปรียบจากมี GPM ที่สูงกว่าตลาด

คาด 1Q69 กำไรลดลง y-y และ q-q

คาด 1Q69 กำไร 396 ลบ. -2.1%y-y -70.7%q-q โดยหลักมาจาก GPM ที่ลดลง ภาพตลาดอสังหาฯ ชะลอตัวลงกว่าปีก่อนหน้า ทำให้มีการแข่งขันราคาสูงขึ้น และมีสัดส่วนโอนแนวสูงเข้ามาน้อยในไตรมาสนี้ หากเทียบไตรมาสก่อนหน้า กำไรลดลง q-q ตามปัจจัยฤดูกาล

เราประเมินรายได้โอนที่ 3.7 พันลบ. +5.0%y-y สูงขึ้นจากฐานต่ำในปีก่อน ส่วนรายได้อื่นๆ สูงขึ้นอย่างมีนัยที่ 240 ลบ. +265.6%y-y จากดอกเบี้ยรับในออสเตรเลีย แต่ไม่สามารถชดเชย GPM ที่ลดลง -815bps y-y มาที่ 30.7% จากการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น มีการทำโปรโมชันเพิ่มขึ้นในบางยูนิต และสัดส่วนโอนแนวสูงที่ลดลง คาดส่วนแบ่งกำไรที่ 97 ลบ. ลดลง y-y จากการประเมินภาษีเข้ามาเป็นปกติ (ปีก่อนมีเป็นการบันทึกภาษีในออสเตรเลียทั้งปี 30% งวดเดียวใน 4Q68)

การแข่งขันแนวราบสูงกว่าที่คาดไว้เดิม

สงครามกระทบต่อต้นทุนสูงขึ้นราว 3% น่าจะสามารถผลักราคาได้บางส่วน ทำให้กระทบจะเข้ามาในช่วงปลาย Q3-Q4 ซึ่งจะชดเชยไปกับ GPM ของคอนโดที่โอนเข้ามา และผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาสูงกว่าที่เราประเมินไว้ ทำให้เรามีปรับกำไรปี 69 ลง -12% มาที่ 4,254 ลบ. +6.0%y-y มองแนวโน้ม 1Q69 เป็นจุดต่ำสุดของปี แนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวขึ้นได้สูงใน Q2-Q3 จากคอนโดครบกำหนดโอนที่เข้ามาเพิ่มในปี ในปีนี้มีคอนโดครบกำหนด 3 โครงการ รวมมูลค่าสูงกว่าปีก่อนหน้า (Figure 2) จะเริ่มทยอยโอนเข้ามาตั้งแต่ Q2

บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันสูง

ภาวะสงครามกระทบต่อต้นทุนที่สูงขึ้นราว 3% คาดว่าจะเริ่มเข้ามากระทบในช่วงปลาย Q3-Q4 ซึ่งจะชดเชยไปกับ GPM ของคอนโดที่โอนเข้ามา และน่าจะสามารถผลักราคาได้บางส่วน ผลกระทบไม่มาก GPM ในไตรมาสที่เหลือของปีนี้คาดว่ายังสามารถรักษาระดับได้สูงกว่า 1Q69 ท่ามกลางการแข่งขันและภาระต้นทุนที่สูงขึ้น เรายังชอบ SPALI จากการทำ GPM ได้สูงกว่าเฉลี่ยอุตฯ โดยในปี 68 SPALI มี GPM-อสังหาฯ 34.4% สูงกว่าเฉลี่ยอุตฯ ที่ ±31% เทียบกับตลาดมี SG&A to sale ในช่วง 18-20% ทำให้ SPALI มีความได้เปรียบในด้านการแข่งขันด้านราคาที่สูงกว่าเฉลี่ย บริษัทเองโดดเด่นในโครงการแนวสูงที่สามารถทำราคาขายและมีอัตรากำไรที่ดี อนาคตพยายามพัฒนาโครงการแนวสูงเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ GPM ช่วยชดเชยแนวราบ

ราคาพื้นฐาน 18.80 บาท แนะนำลงทุนหลังงบ Q1

ปรับราคาพื้นฐานลงมาที่ 18.80 บาท อิง PE AVG5Y +1.5S.D. ที่ 8.4 เท่า บวก ESG 0.8% แนะนำเริ่มลงทุนหลังประกาศงบ Q1 เพื่อรับการฟื้นตัวใน Q2-Q3 คงคำแนะนำ”ซื้อ”

- Advertisement -