KS Daily View 28.04.2026 >>> เกาะติดประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ยที่ 1% กรอบ SET index วันนี้ที่ 1,465-1,500 จุด แนะนำ SPRC, AURA

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,480.20 เพิ่มขึ้น 1.07 จุด (+0.07%) แรงซื้อเด่นในกลุ่มบรรจุภัณฑ์, เกษตร, ปิโตรเคมี ขณะที่มีแรงขายมากในกลุ่มท่องเที่ยว โดยนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 2,062 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index คาดแกว่งผันผวนในกรอบ 1,465-1,500 จุด โดยระยะสั้นมีแรงกดดันจากข่าวที่ OpenAI ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านการเพิ่มผู้ใช้งานและเป้ารายได้ ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลการลงทุนด้าน AI จะสร้างผลตอบแทนได้คุ้มหรือไม่ เพิ่มแรงกดดันต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ท่ามกลางการจับตางบกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่จะทยอยรายงานในสัปดาห์นี้ ส่วนด้านราคาน้ำมันดิบโลกที่ยังยืนสูงจากความกังวลการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่องหลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านไม่คืบหน้า นอกจากนี้คาดระยะกลาง-ยาว ราคาน้ำมันดิบอาจมีแรงกดดันจากล่าสุด UAE ตัดสินใจออกจากกลุ่ม OPEC อาจเพิ่มอุปทานมากขึ้นในช่วงถัดไป ส่วนปัจจัยในประเทศวันนี้จะมีการประชุม กนง. คาดยังคงดอกเบี้ยที่ 1% ต่อเนื่อง แต่แนะติตดามมุมมองเงินเฟ้อและภาพเศรษฐกิจของไทยหลังเหตุการณ์ตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ สำหรับกลยุทธ์การลงทุนเน้นทยอยสะสมหุ้นที่คาดกำไร 1/69 ขยายตัวดี โดยสำหรับวันนี้แนะนำ SPRC, AURA

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  1. UAE ประกาศถอนตัวจากกลุ่ม OPEC ตั้งแต่ 1 พ.ค. หลังอยู่มานานกว่า 60 ปี สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดน้ำมันโลกจากความตึงเครียดสงครามอิหร่าน โดย UAE ต้องการความยืดหยุ่นในการกำหนดกำลังการผลิตมากขึ้น ขณะที่ความขัดแย้งกับซาอุดิอาระเบียเรื่องนโยบายอุปทานเป็นปัจจัยสะสม คาดระยะยาวอาจทำให้กลไกควบคุมราคาน้ำมันของโอเปกอ่อนลงและเพิ่มความผันผวนของตลาดพลังงานโลก เป็นลบเล็กน้อยต่อราคาน้ำมันในระยะกลางถึงยาว
  2. สถานการณ์น้ำของไทย ณ วันที่ 28 เม.ย. 2569 อยู่ที่ระดับรวมราว 60% ของความจุอ่าง แต่ “น้ำใช้การได้จริง” เหลือเพียง 43% โดยพื้นที่น่ากังวลคือภาคกลางและภาคตะวันออกที่มีน้ำต่ำเพียง ~35–36% ขณะที่อ่างขนาดกลางกว่า 67 แห่งมีน้ำต่ำกว่า 30% สะท้อนความเสี่ยงด้านน้ำในช่วงปลายฤดูแล้ง ทั้งนี้ยังต้องเฝ้าระวังพายุฤดูร้อนช่วงปลายเม.ย.–ต้นพ.ค. ที่อาจกระทบการบริหารจัดการน้ำและภาคเกษตรในระยะสั้น เป็นลบต่อกลุ่มเกษตร
  3. OpenAI แม้ระดมทุนได้มหาศาลถึง 1.22 แสนล้านดอลลาร์ แต่กลับพลาดทั้งเป้ารายได้และจำนวนผู้ใช้งาน โดยถูกกดดันจากการแข่งขันของ Google (Gemini) และ Anthropic ขณะเดียวกันต้นทุนดาต้าเซ็นเตอร์และภาระสัญญาการประมวลผลที่สูงทำให้เกิดความกังวลด้านสภาพคล่องในอนาคต หากรายได้ไม่เติบโตทัน โดยมีความเสี่ยงว่าเงินทุนอาจหมดภายใน 3 ปี ซึ่งอาจกระทบแผน IPO และสะท้อนว่าธุรกิจ AI ยังอยู่ในช่วง “ลงทุนหนัก–กำไรยังไม่มา” เป็นสัญญาณเชิงลบต่อหุ้นเทค/AI ระยะสั้น
  4. ครม.ไฟเขียว 45 โครงการก่อหนี้ผูกพันข้ามปี วงเงินทะลุ 1.11 แสนล้านบาท เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาและบริการรัฐผูกพันงบปี 2570 กว่า 1.74 หมื่นล้านบาท กระจายครอบคลุม 6 กระทรวงหลัก คมนาคม-เกษตรฯ ครองสัดส่วนสูง ดันถนน ระบบน้ำ และขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาด เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมา-วัสดุก่อสร้าง-นิคมฯ (เช่น CK, STECON, AMATA, WHA) จากเม็ดเงินลงทุนรัฐที่เร่งตัวและต่อเนื่องในระยะกลาง
  5. ครม. เคาะวาระแห่งชาติด้านพลังงาน หั่นค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกเหลือไม่เกิน 3 บาท เริ่มรอบบิล มิ.ย.69 พร้อมรุกโซลาร์รูฟท็อป และตั้ง คกก. เศรษฐกิจรับมือวิกฤติโลก เป็นบวกต่อหุ้นการบริโภค และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Solar rooftop (เช่น GUNKUL)

Daily picks

SPRC: ราคาพื้นฐาน 7.6 บาท

  • คาดกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 7 พันลบ. (+888% YoY, +547% QoQ) หนุนจากกำไรสต๊อกน้ำมันก้อนใหญ่และ GRM สูง แม้มี shutdown โรงกลั่น
  • แนวโน้ม 2Q69 กำไรปกติฟื้นตามการกลับมาเดินเครื่อง แต่กำไรสุทธิอาจอ่อนตัวจากขาดทุนสต๊อกน้ำมันตามราคาน้ำมันที่ลดลง
  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.60 บาท จาก valuation ยังถูกและได้ประโยชน์จากไม่มี hedging รวมถึงต้นทุนลดลงใน 2H69

AURA: ราคาพื้นฐาน 16.99 บาท

  • คาดกำไรไตรมาส 1/69 ที่ 496 ลบ. เพิ่มขึ้น 25% YoY และ 13% QoQ หนุนจากยอดขายทองรูปพรรณและธุรกิจสินเชื่อทองที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งคิดเป็น 31% ของประมาณการของเราก่อนการปรับประมาณการ
  • เพื่อสะท้อนประมาณการของเราที่คาดว่าไตรมาส 1/69 จะออกมาดีกว่าคาด เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569/70/71 ขึ้น 5%/6%/5% จากการปรับเพิ่มประมาณการยอดขายทองรูปพรรณ
  • แนะนำ “ซื้อ” และเพิ่ม TP สิ้นปี 69 ขึ้น 1.5% เป็น 16.99 บาท จากการเพิ่มประมาณการกำไร มูลค่าหุ้นค่อนข้างถูกจาก PER ปี 69 ที่ 12 เท่า เทียบกับประมาณการ core EPS 3 ปีที่ 12.3%

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

  • วันพุธ ติดตามการประชุม กนง. คาดคงดอกเบี้ยที่ระดับ 1.0%, ส่วนสหรัฐฯจับตาตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เดือน มี.ค. คาดที่ +0.5%, ยอดเริ่มสร้างบ้าน (Housing Starts) เดือน มี.ค. คาดที่ 1.4 ล้านยูนิต และการประชุม FED โดยคาดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่กรอบ 3.50- 3.75%, สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ
  • วันพฤหัส ติดตามดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทย เดือน มี.ค. คาดที่ -1.2%y-y, ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจรายเดือนของไทย ส่วนสหรัฐฯ รายงานดัชนี US PCE คาดที่ +3.5%y-y และ US Core PCE เดือน มี.ค. คาดที่ +3.2%y-y, ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ คาดที่ 2.12 แสนราย, 1Q26 US GDP คาดที่ +2.2%q-q ส่วนทางฝั่งยุโรป เกาะติดตัวเลข 1Q26 GDP ของยูโรโซน คาด +0.9%y-y, ดัชนีเงินเฟ้อของยูโรโซน เม.ย. คาดที่ +3.0%y-y และ Core CPI ยูโรโซน คาดที่ +2.2%y-y, รวมทั้งจับตาการประชุม ECB คาดคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก, รีไฟแนนซ์, เงินกู้ ที่ระดับ 2.0%, 2.15% และ 2.4% ตามลำดับ ส่วนด้านจีน แนะติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิต เม.ย. คาดที่ 50.1 จุด และภาคบริการ คาดที่ 49.9 จุด ส่วนด้านอังกฤษ จะมีการประชุม BOE คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.75%
  • วันศุกร์ ติดตามดัชนี ISM ภาคการผลิตของสหรัฐฯ เดือน เม.ย. คาดที่ 53.1 เร่งขึ้นจาก 52.7 ส่วนดัชนี US PMI ภาคการผลิต เม.ย. คาดทรงตัวที่ 54.0 จุด
- Advertisement -