ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)
ไซด์เวย์ต่อ… ติดตามผลประชุม กนง. บ่ายนี้
เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยผันผวนค่อนข้างแรง ก่อนปิดบวกเล็กน้อย (อ่อนแอกว่าที่เราประเมิน)… ดัชนีฯ ปิดบวก 0.07% โดยปัจจัยการลงทุนเมื่อวานนี้ ได้แก่ i) ราคาหุ้น DELTA* เหวี่ยงแรงตลอดทั้งวัน โดยแม้ว่า DELTA* รายงานกำไรไตรมาส 1/2569 สูงกว่าที่ตลาดคาดมาก แต่นักลงทุนส่วนหนึ่งกังวลว่าราคาหุ้นที่ร้อนแรง อาจส่งผลให้หุ้นติด trading alert ต่อในเดือน พ.ค. และอาจหลุดจากดัชนี SET50 ii) หุ้นธีมการบินถูกกระทบจากการยกเลิกไฟล์ท รวมทั้งการที่รัฐบาลศึกษาการเก็บค่าธรรมเนียมเดินทางออกนอกประเทศ 1,000 บาท/คน
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธ ไซด์เวย์ต่อ… ประเด็นการลงทุน ได้แก่ i) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐานลง หลังขึ้นมาแรงต่อเนื่อง ผนวกกับข่าว Open AI แจ้งรายได้และจำนวนผู้ใช้บริการต่ำกว่าที่ consensus คาดการณ์ ii) ราคาน้ำมันดิบฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากมีข่าวว่า ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งเตรียมการบล็อคช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ตามความยืดเยื้อของการเจรจาสันติภาพ… ขณะที่ในคืนวันนี้ ธ.กลางสหรัฐฯ (เฟด) จะแถลงผลประชุม ซึ่งเฟดน่าจะคงดอกเบี้ยระยะสั้นที่ 3.75%
ด้านปัจจัยภายในประเทศ… กนง. จะประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ ซึ่งทั้งเราและ consensus คาดว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% รวมทั้งจะปรับลดคาดการณ์ GDP growth ของไทยปี 2569 และน่าจะมีการปรับเพิ่มประมาณการเงินเฟ้อ 2569
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)
เก็งกำไร TEGH, TRUE*, CK*
TEGH (เป้า Consensus 3.95 บาท) 1) ประเมินราคา Sideway สร้างฐาน บริเวณค่าเฉลี่ย 200 วัน มีโอกาสฟื้นตัว ประเมินแนวรับ 3.18 บาท / แนวต้าน 3.26 – 3.34 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป 3.42 – 3.6 บาท (Stop loss 3.1 บาท) 2) ประเมินราคายางพาราปรับขึ้นต่อเนื่อง คาด 1Q69 ธุรกิจปาล์มน้ำมันฟื้น ราคายางพารา (TSR) ปรับขึ้นต่อเนื่อง +17% YTD และคาดมีโอกาสสูงต่อเนื่องจาก i) ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ii) โอกาสเกิด El Nino (อาเซียนฝนแล้ง) iii) คาดอุปสงค์ยางแท่ง สำหรับล้อรถยนต์จะเพิ่มขึ้นจากรถยนต์อีวี (ถึงรอบเปลี่ยนยางเร็วกว่า + ปีนี้ยอดขายรถอีวีทั่วโลกเพิ่ม) ขณะที่คาดธุรกิจปาล์มน้ำมันจะฟื้นตัวตามอุปสงค์ไบโอดีเซล 3) Valuation ไม่แพง Forward PE 5.4 เท่า Dividend yield 7.8% ต่อปี … ราคา Laggard STA*
TRUE (เป้าพื้นฐาน 15.7 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวหลังพักฐาน* ประเมินแนวรับ 13.5 บาท / แนวต้าน 13.8 – 14.1 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-14.5 บาท (Stop loss 13.1 บาท) 2) กำไร 1Q69 โตเด่น และคาดดีต่อเนื่อง ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 1Q69 = 6.3 พันล้านบาท (+58% QoQ +288% YoY) ขณะที่เราคาดแนวโน้มผลการดำเนินงานจะดีต่อเนื่อง ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอและเงินเฟ้อในระดับต่ำ รวมทั้งคาด Sentiment บวกจากการลงทุน Data center + AI ในไทย 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE 18.9 เท่า (= ADVANC*) แต่คาดกำไร TRUE* โตเด่นกว่า
CK (เป้าพื้นฐาน 20.6 บาท) 1) ประเมินรูปแบบราคาพักแนวรับหลังทดสอบจุดสูงสุดเดิม แนะนำเก็งกำไรตามแนวรับ* ประเมินแนวรับ 16.6 บาท / แนวต้าน 17.0 – 17.6 บาท กรณีฟื้นตัวผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/-18 บาท (Stop loss 16.3 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ เราประเมิน CK* จะได้ Sentiment บวกจากการเร่งเบิกจ่ายงบภาครัฐ + การเปิดประมูลโครงการใหม่ อาทิ โครงการทางด่วน Double deck เป็นต้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งประเมินต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับขึ้นจะส่งผลให้การแข่งขันประมูลงานลดลง (ประเมินผู้รับเหมาาย่อยรายเล็ก / กระแสเงินสดอ่อนแอ จะไม่สามารถแข่งขันได้) ขณะที่ CK* มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและท้ายสุดรัฐบาลจะใช้กลไกปรับค่า “K” ชดเชยต้นทุนที่ปรับขึ้น 3) Valuation ยังไม่แพง PBV 1 เท่า (-1SD) ขณะที่คาด Backlog จะเร่งตัวขึ้นใน 2H69 จากการเปิดประมูลงานภาครัฐ
หุ้นมีข่าว
(-) AOT หั่นเป้าผู้โดยสาร เลื่อนค่าฟีอุ้มการบิน! (ข่าวหุ้น)* “ท่าอากาศยานไทย” ลดเป้าผู้โดยสารปี 69 เหลือ 126 ล้านคน หลังพิษตะวันออกกลางกดดีมานด์เดินทาง เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตั้งแต่ พ.ค.นี้ พร้อมเดินหน้าอุ้มสายการบิน เลื่อนชำระ Landing-Parking Fee อีก 2 เดือน ช่วยบรรเทาภาระต้นทุนน้ำมันพุ่ง เร่งเครื่องประมูลภาคพื้น-คาร์โก้สุวรรณภูมิราย 2 มูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้านบาท พร้อมดันราย 3 เข้า ครม.
(0) ตลท.รอประเมินคุม DELTA เพิ่ม รับ ‘ราคาหุ้นร้อนแรง’ หลังกำไรพุ่ง 65% ยิ่งหนุนแรงซื้อ (กรุงเทพธุรกิจ)* “ซีอีโอเดลต้า” เผยปีนี้ ตั้งงบลงทุน 550 ล้านดอลลาร์ ขยายกำลังผลิต ดันรายได้โต 2 หลัก ตลท.เกาะติดการซื้อขาย “หุ้นเดลต้า” ใกล้ชิดรับมีการซื้อขายค่อนข้าง “ร้อนแรง” แต่พิจารณาจากผลประกอบการล่าสุด มี “กำไรเพิ่มขึ้น” ถึงระดับ 65% ยิ่งหนุนแรงซื้อขายในตลาด ลั่นรอประเมินข้อมูลก่อนใช้มาตรการเพิ่มเติม “ซีอีโอ” เผยปีนี้ ตั้งงบลงทุน 550 ล้านดอลลาร์ ขยายกำลังผลิต ดันรายได้โต 2 หลัก
(+) KTC-กรมบังคับคดี ปลดล็อกหนี้ปิดคดี กลุ่มเป้าหมาย 8 จ. (ข่าวหุ้น)* บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC*) จับมือกรมบังคับคดี เปิดเวทีเจรจาหนี้หลังคำพิพากษา ช่วยลูกหนี้ปิดคดีอย่างเป็นธรรม พร้อมวางแผนชำระใหม่ ผ่าน “มหกรรมไกล่เกลี่ย” ลุย 8 จังหวัด เริ่ม 17 พ.ค. ที่ระยอง-เพชรบุรี ก่อนขยายทั่วประเทศ
(+) TEGH ลั่นรายได้ปี 69 ออลไทม์ไฮ 2 หมื่นล้าน ดัน TEBP เข้า mai ในปีนี้/ผู้ถือหุ้นไฟเขียวปันผลปี 68 หุ้นละ 0.22 บาท (ข่าวหุ้น) TEGH เดินหน้าขยายกำลังการผลิต ปักหมุดรายได้ปีนี้ออลไทม์ไฮแตะ 22,000 ล้านบาท โต 10% ดันบริษัทย่อย “TEBP” เข้าตลาด mai ในปีนี้ ขณะที่ผู้ถือหุ้นไฟเขียวจ่ายปันผลปี 68 หุ้นละ 0.22 บาท รับทรัพย์ 22 พ.ค.นี้
(0) UAE ประกาศถอนตัวจาก OPEC และ OPEC+ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 (The Wall Street Journal)ความเห็น: เราคาดว่าอิทธิพลของ OPEC+ ต่อตลาดน้ำมันดิบมีแนวโน้มลดลงบางส่วน หลัง UAE เตรียมถอนตัวจากกลุ่มในวันที่ 1 พฤษภาคม โดยในปัจจุบัน UAE มีกำลังการผลิตน้ำมันดิบตามศักยภาพ (nameplate capacity) ผลิตน้ำมันดิบอยู่ประมาณ 4.8 MBD ในขณะที่โควต้าการผลิตภายใต้ OPEC อยู่ที่ประมาณ 3.4 MBD ในเดือนเมษายน 2569 ส่งผลให้มี spare capacity อยู่ประมาณ 1.4 MBD ซึ่งหมายความว่า UAE มีศักยภาพในการเพิ่มกำลังการผลิตส่วนนี้ได้ หากไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของ OPEC อีกต่อไป ทั้งนี้จากข้อมูลล่าสุดของ EIA รายงานว่า UAE ผลิตน้ำมันดิบอยู่ที่ 2.34 MBD ในเดือนมีนาคม แม้ว่าเรามีมุมมองเชิงลบต่อราคาน้ำมันดิบในระยะยาว จากโอกาสที่ UAE จะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เพิ่มเติม แต่ในระยะสั้น การปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญ ทำให้การเพิ่มกำลังการผลิตของ UAE ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ทันที และคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบอย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น ดังนั้นเรายังคงคำแนะนำ PTTEP* (OP, 2569F TP ที่ 160.00 บาท) และ PTT* (OP, 2569F TP ที่ 41.00 บาท)
(- กลุ่มโรงกลั่น) ซาอุดีอาระเบียอาจปรับลดราคาขายอย่างเป็นทางการ (OSP) ของน้ำมันดิบสำหรับส่งมอบเดือนมิถุนายนไปยังเอเชีย จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม (Reuters) ความเห็น: แนวโน้มการปรับลด crude premium ในเดือนมิถุนายนสะท้อนว่าความต้องการน้ำมันดิบเริ่มชะลอตัวลง หลังจากช่วงแรกที่มีการเร่งซื้อน้ำมันดิบจากความตื่นตระหนกของสงครามในตะวันออกกลาง หลังจากที่ซาอุดีอาระเบียตั้งราคา OSP ของน้ำมันดิบ Arab Light สำหรับส่งออกไปยังเอเชียในเดือนพฤษภาคมที่ premium สูงถึง US$19.5/bbl ซึ่งสูงกว่า premium ระดับปกติที่ US$1-3/bbl อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะเดียวกันแนวโน้มดังกล่าวยังสอดคล้องกับ refinery product spreads ที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะ spread ของน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ US$140/bbl ในสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน มาอยู่ที่ประมาณ US$63/bbl ในสัปดาห์ที่สี่ของเดือนเมษายน เรายังคงมีมุมมองเชิงลบต่อกลุ่มโรงกลั่นได้แก่ SPRC* (N, 2569F TP ที่ 8.10 บาท), TOP* (N, 2569F TP ที่ 50.50 บาท) และ BCP* (Not rated) เนื่องจากการแทรกแซงของภาครัฐในการปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น ซึ่งกดดันค่าการกลั่นของผู้ประกอบการ
หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า
-
PTTGC* (เป้าพื้นฐาน 40 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 35.5 บาท)
-
GUNKUL* (เป้าพื้นฐาน 2.91 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 2.6 บาท)
-
SIRI* (เป้าพื้นฐาน 1.64 บาท) แนวรับ 1.39 บาท / แนวต้าน 1.43 – 1.45 บาท (Stop loss 1.38 บาท)
-
KTC* (เป้าพื้นฐาน 34.5 บาท) แนวรับ 29 บาท / แนวต้าน 30.25 – 31 บาท (Stop loss 28.5 บาท)
-
BEM* (เป้าพื้นฐาน 7.15 บาท) แนวรับ 5.25 บาท / แนวต้าน 5.45 – 5.55 บาท (Stop loss 5.25 บาท)
-
NTF (เป้าพื้นฐาน 18.5 บาท) แนวรับ 14.8 บาท / แนวต้าน 15.5 – 17.0 บาท (Stop loss 12.8 บาท)
-
GLOBAL* (เป้าพื้นฐาน 7.1 บาท) แนวรับ 6.5 บาท / แนวต้าน 6.75 – 6.85 บาท (Stop loss 6.45 บาท)
-
ADVICE (เป้า Consensus 6.77 บาท) แนวรับ 5.6 บาท / แนวต้าน 5.8 – 5.9 บาท (Stop loss 5.5 บาท)
-
WHA* (เป้าพื้นฐาน 5.0 บาท) แนวรับ 4.32 บาท / แนวต้าน 4.5 – 4.6 บาท (Stop loss 4.28 บาท)
Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
-
SCGP แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 28 บาท* รายงานกำไรปกติ 1Q69 = 1.54 พันล้านบาท (+88% QoQ +68% YoY) / กำไรสุทธิ 1Q69 = 1.57 พันล้านบาท (+30% QoQ +74% YoY) ดีกว่าคาด +23% และดีกว่า Consensus คาด 31% จากอัตรากำไรที่ดีขึ้นมากและการฟื้นตัวของธุรกิจ Fajar ยังคงแนะนำ “ซื้อ” ฝ่ายวิจัยฯปรับประมาณการฯและราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 28 บาท (เดิม 23.3 บาท)
-
WHA แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 5 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไรปกติ 1Q69 = 850 ล้านบาท (-59% YoY -41% QoQ) อย่างไรก็ดีมีโอกาสบันทึกกำไรพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ (ยังไม่รวมในประมาณการฯ) ทั้งนี้คาดแนวโน้มยอดขาย/ยอดโอนที่ดิน จะดีขึ้นใน 2Q-3Q จาก Backlog 770 ไร่ และอยู่ระหว่างเจรจาอีกราว 1.6 พันไร่
-
AMATA แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 18.5 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 1Q69 = 867 ล้านบาท (+5% YoY -17% QoQ) ทั้งนี้ยอดขายที่ดินใน 1Q69 เพียง 106 ไร่ (<5% ของเป้าทั้งปีของบริษัทฯที่ 2.8 พันไร่ / คิดเป็นราว 7% ของสมมติฐานฝ่ายวิจัยฯ ที่ 1.5 พันไร่) ทั้งนี้อยู่ระหว่างเจรจาราว > 1 พันไร่ ยังแนะนำเพียง “ถือ”
-
HMPRO แนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน* รายงานกำไร 1Q69 = 1.4 พันล้านบาท (-18% YoY -12% QoQ) ต่ำกว่าคาด -6% ยังคงมุมมองแนวโน้มการดำเนินงาน 2Q69 จะฟื้นตัว ยังคงแนะนำ “ซื้อ” เป้าพื้นฐาน 7 บาท
-
AWC แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 2.5 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 1Q69 = 756 ล้านบาท (+1% YoY +9% QoQ) ทั้งนี้ยอดจองห้องล่วงหน้าสำหรับปีนี้โต +13% YoY โดยเฉพาะ 4Q69 ที่จะมีการจัดงาน Event ใหญ่ อาทิ IMF/World bank และการจัดงาน Tomorrowland อย่างไรก็ดี Upside จำกัด จึงแนะนำเพียง “ถือ”
-
SHR แนะนำ “ขาย” เป้าพื้นฐาน 1.5 บาท ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 1Q69 = 236 ล้านบาท (+4% YoY ทรงตัว QoQ) ฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการฯลง และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 1.5 บาท (เดิม 2 บาท)
-
PLANB แนะนำ “ถือ” เป้าพื้นฐาน 4.7 บาท* ฝ่ายวิจัยฯ คาดกำไร 1Q69 = 201 ล้านบาท (+4% YoY -43% QoQ) แนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q69 คาดทรงตัว YoY QoQ จากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอทำให้ลูกค้าจำกัดงบโฆษณา
หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus








