บล.พาย
BBL: Bangkok Bank PCL
คาดจ่ายปันผลเท่าเดิม แม้กำไรปรับลดลง
คงคำแนะนำ “ถือ” ประเมินด้วยวิธี GGM (ROE 7.3%, Terminal growth 2%) อิงกับ 0.56x PBV’26E เรามีมุมมองเป็นกลางหลังการประชุมนักวิเคราะห์ ธนาคารมีพื้นฐานแข็งแกร่ง และระดับสำรองหนี้ฯ สูงรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจได้ดี โดยคงประมาณการกำไรสุทธิในปี 2026 ปรับลดลงราว 7% กดดันจาก NIM ลดลง และกำไรเงินลงทุนลดลง อย่างไรก็ดี มองว่า BBL ยังสามารถจ่ายเงินปันผลเท่ากับในปี 2025 ที่ 10 บาท เพราะมีฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ 6.2% เป็นปัจจัยช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาหุ้นที่อาจถูกกดดันจากผลการดำเนินงานที่ลดลง และความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
การประชุมนักวิเคราะห์
-
เศรษฐกิจไทยมีความท้าทายสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลต่อต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น และคาดว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อยาวนานกว่า 2 ปี ธนาคารคาดเศรษฐกิจไทยเติบโต 1.5% ในปี 2026 และเศรษฐกิจมีพื้นฐานแข็งแกร่งหนุนจากการส่งออก แต่มีความกังวลต่อภาคการผลิต การบริโภคชะลอตัว และการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว
-
ธนาคารคงเป้าหมายการเงินปี 2026 (1) สินเชื่อขยายตัว 2-3% หนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อระหว่างประเทศ (2) ส่วนต่างดอกเบี้ย (NIM) ที่ 2.4%-2.5% แนวโน้ม NIM ลดลงต่อเนื่อง และถึงระดับต่ำสุดใน 2Q26 ธนาคารมีศักยภาพในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จากผลพวงความเสี่ยงสงครามสูงขึ้น และสามารถลดต้นทุนการเงินลงได้ต่อเนื่อง (3) รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่ Low single digit หนุนจากธุรกิจด้านบริหารความมั่งคั่ง กองทุนรวม และ Bancassurance 4) อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้การดำเนินงาน (CIR) ที่ High-40s% 5) NPL ratio ที่ 3% แนวโน้มหนี้เสียเพิ่มขึ้นใน 1H26 และการปรับโครงสร้างหนี้ใน 2H26 ช่วยให้หนี้เสียอยู่ในการควบคุมได้ตามเป้าหมาย และ (6) Credit cost อยู่ที่ 1.0% ของสินเชื่อรวม ธนาคารตั้งสำรองหนี้ฯ พิเศษใน 1Q26 ล้อกับหนี้เสียเพิ่มขึ้น และความเสี่ยงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หากสถานการณ์คลี่คลาย Credit Cost สามารถปรับลดลงในอนาคต
-
ผลกระทบจากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น แม้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อ แต่มีความกังวลต่อกลุ่มลูกหนี้ SME และรายย่อยที่มีความเปราะบาง
-
ผลการดำเนินงานใน Permata Bank กำไรสุทธิใน 1Q26 เติบโต 16.6% จากกำไรเงินลงทุน และค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น ด้าน NPL ratio เพิ่มขึ้นที่ 2.2% และ Coverage ratio สูงที่ 356%
แนวโน้มกำไรปี 2026 ชะลอตัวจาก NIM ลดลง
-
เศรษฐกิจมีความท้าทายสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่การผ่อนคลายนโยบายการเงินที่ผ่านมาหากดดัน NIM ลดลง เป็นเป็นปัจจัยกดดันให้คาดว่ากำไรสุทธิจะปรับลดลง 7% ในปี 2026 และส่งผลให้ ROE จะปรับลดลงที่ 7.3% ในปี 2026
-
สมมติฐาน Credit cost ของเราที่ 1.15% ในปี 2026 สูงกว่า 1% ของธนาคาร โดยทุก 10 bps ของ Credit cost ที่เพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ของเรา จะส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรราว 5%








