MARKET MOVE กังวลมุมมองเศรษฐกิจและตะวันออกกลาง // 1,470-1,485
คาด SET Index แกว่งตัว Sideways to sideways down: แรงกดดันจากการประชุมกนง.ในวันนี้ที่มีแนวโน้มเผยถึงสัญญาณเชิงลบต่อเศรษฐกิจไทย ประกอบกับคาดนักลงทุนมีแนวโน้มเปิดรับสถานะเสี่ยงจำกัด เนื่องจากยังรอติดตามผลการประชุม FOMC และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
กลยุทธ์การลงทุน
-
เก็งงบ 1Q69: ADVANC, MTC, HANA, ITC, OSP, SAWAD, TFG, TFM, TOP, TU
-
คาดกนง.คงดอกเบี้ย: BBL, KBANK, KTB
-
ติดตั้ง Solar cell: GUNKUL, GULF, GLOBAL, SCC, SOLAR, TRUE
-
นักท่องเที่ยวจีนฟื้น: AOT, CENTEL, CPN, ERW
-
เก็งงบ DR: ANET23, AMZN80, AAPL80, MA80, META80, MSFT80, SNDK23, VISA80
- คาดกนง.คงดอกเบี้ย พร้อมมุมมองเศรษฐกิจไม่ดี: ติดตามการประชุมกนง.ในวันนี้ ซึ่งมีแนวโน้มเป็นแรงกดดันต่อ SET Index แม้เราคาดว่ากนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% และไม่ปิดโอกาสในการผ่อนคลายนโยบายเงินเพิ่มเติม กล่าวคือมีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในช่วงที่เหลือของปีนี้ สอดรับกับการที่เศรษฐกิจไทยได้เผชิญผลกระทบทางลงจากสงครามในตะวันออกกลาง ประกอบกับไทยยังเหลือขีดความสามารถในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้อีก 50 bps เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เคยลงไปสู่ระดับ 0.5% ในช่วงโควิด 19 หากแต่ที่เรามองเป็นปัจจัยเชิงลบต่อ SET Index เนื่องจากระบุสัญญาณเชิงลบทางเศรษฐกิจของกนง.ที่มีแนวโน้มเป็นไปในเชิงลบ รวมถึงการปรับประมาณการเศรษฐกิจที่อาจบ่งชี้สัญญาณเชิงลบเช่นกัน สอดรับกับวานนี้ที่สศค.ได้ปรับลดคาดการณ์ GDP ไทยในปี 2569 จากเดิมที่ 2.0% เป็น 1.6% เนื่องจากผลของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นสำคัญ
-
รอติดตามผลการประชุมเฟด: คาดอีกแรงกดดันมาจากการเปิดรับสถานะเสี่ยงอย่างจำกัดของนักลงทุน รวมถึงอาจมีการลดสถานะเสี่ยงลงก่อนที่จะทราบผลการประชุม FOMC ในช่วงเวลาตี 1 ของวันที่ 30 พ.ย.69 (เวลาไทย) โดยตลาดคาดคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% ขณะที่สิ่งสำคัญที่ต้องติดตามคือถ้อยแถลงหลังการประชุมของเฟดซึ่งจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ติดตามการเผยงบ AMZN, GOOGL, META และ MSFT ในคืนนี้
-
ปธน.ทรัมป์ไม่พอใจข้อเสนออิหร่าน: นอกจากนี้ มองนักลงทุนมีแนวโน้มชะลอการเปิดรับสถานะต่อสินทรัพย์เสี่ยง เนื่องจากยังรอติดตามพัฒนาการของความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดูเหมือนยังไม่มีพัฒนาการเชิงบวกเพิ่มเติม หลังสื่อหลายสำนักซึ่งรวมถึง CNN รายงานโดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯว่าปธน.ทรัมป์ไม่พอใจกับข้อเสนอล่าสุดของอิหร่าน ส่งผลให้การเจรจาสันติภาพชะงักงันและหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น 3.69% ปิดที่ $99.93 ต่อบาร์เรล ซึ่งนับเป็นการบดบังประเด็นการถอนตัวออกจาก OPEC ของ UAE โดยมีผลวันที่ 1 พ.ค.69 ที่อาจส่งผลให้อุปทานน้ำมันเพิ่มขึ้นในอนาคต จากการที่จะไม่ถูกกำหนดโควต้าการผลิต
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) สัปดาห์ที่ 17 ของปี 2569 (วันที่ 20-26 เม.ย.) ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีน 102,493 คน เพิ่มขึ้น 35.0% y-y (เปรียบเทียบกับสัปดาห์เดียวกันของปีก่อนหน้า) และเป็นการเพิ่มขึ้น y-y เป็นสัปดาห์ที่ 12 ติดต่อกัน
(+) ครม.มีมติอนุมัติรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ วงเงินตั้งแต่ 1 พันล้านบาทขึ้นไป รวม 45 รายการ คิดเป็นวงเงินทั้งสิ้น 1.11 แสนล้านบาท โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนโครงการสำคัญของภาครัฐอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
(+) ครม.มีมติเห็นชอบโครงการศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ชั้นเลิศบูรพาทิศ วงเงิน 5,375 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี เพื่อยกระดับศักยภาพบริการทางการแพทย์ การผลิตบุคลากร และนวัตกรรมสุขภาพในพื้นที่ EEC
(-) ม.หอการค้าไทยเผยผลสำรวจการใช้จ่ายในช่วงวันแรงงานปี 2569 (ไม่รวมวันหยุดยาวต่อเนื่อง) พบว่ามูลค่าการใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 2.1 พันล้านบาท ลดลง -3% ถือเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี
Picks of the day
KBANK (BUY)
-
เป้าหมาย: 196.00 / 199.50
-
แนวรับ: 189.50 / 191.50
-
ได้ประโยชน์จากการคงดอกเบี้ยนโยบาย: คาดว่าการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทำให้ผลตอบแทนสินเชื่อทรงตัว ในขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยจะยังคงทยอยลดลงได้ตามเงินฝากประจำที่จะทยอยหมดอายุไป ส่งผลดีต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และผลประกอบการ
-
เจ้าตลาดสินเชื่อ SME ได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐ: KBANK เป็นเจ้าตลาดสินเชื่อ SME โดยมีสัดส่วน 29% ของสินเชื่อ SME ทั้งหมด และคาดว่าสินเชื่อ SME จะเป็นสินเชื่อที่ได้รับประโยชน์จากโครงการของรัฐ
TOP (BUY)
-
เป้าหมาย: 48.00 / 49.50
-
แนวรับ: 44.50 / 45.50
-
คาดกำไร 1Q69 โตแรงทั้ง q-q, y-y: คาดกำไร 1Q69 อยู่ที่ 17,563 ลบ. เติบโตแรงทั้ง q-q, y-y ปัจจัยหนุนหลักมาจากค่าการกลั่นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 9.4 USD/bbl เป็น 12 USD/bbl ทั้งนี้เนื่องจากส่วนต่างราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นจากผลของสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบิน
-
ราคาน้ำมันสูงหนุนกำไรสต๊อก: คาดมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน 23 USD/bbl หนุนงบ 1Q69 ตามราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยด้านสงคราม ทำให้เกิดความกังวลด้านอุปทานน้ำมัน









