บล.ฟิลลิป:
ERW คาดกำไร 1Q69E เติบโตมากกว่ารายได้
ซื้อ TP’69: 3.30
กำไร 1Q69E คาดที่ 382 ลบ. (+2.4% q-q, +10.7% y-y) หนุนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน และ Occ. Rate ที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่รายได้รวมคาดที่ 2,280 ลบ. (+1.2% q-q, +7.2% y-y) จาก RevPAR ที่เพิ่มขึ้นตาม Occ. Rate แม้ว่า ARR ยังฟื้นตัวจำกัด ประกอบกับการคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพหนุนกำไรขั้นต้นขยับเป็น 49.6% ขณะที่มีปัจจัยกดดันจากค่าใช้จ่ายไถ่ถอนหนี้ก่อนกำหนด 10 ลบ. กดดันกำไรระยะสั้น แต่ลดภาระดอกเบี้ยในระยะยาว คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ 3.30 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าราคาที่ปรับตัวลงมาสะท้อนความกังวลไปส่วนหนึ่งแล้วประกอบกับปัจจุบันซื้อขายอยู่บน P/E ปี 69E ที่ 12x หนุนให้มูลค่าพื้นฐานอยู่ในระดับที่น่าสนใจ
| งบรวม | 1Q69E | 4Q68 | 1Q68 | % y-y | % q-q |
| กำไร | 382 | 373 | 345 | +10.7 | +2.4 |
| EPS | 0.08 | 0.08 | 0.07 | +10.7 | +2.4 |
หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท
-
เราคาดการณ์กำไรหลัก 1Q69E ที่ 382 ลบ. (+2.4% q-q, +10.7% y-y): จากสัญญาณการฟื้นตัวของผลประกอบการ โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทย ซึ่งเดือน ม.ค. – ก.พ. 69 Occ. Rate อยู่ในระดับสูงราว 90% ก่อนจะอ่อนตัวลงในเดือน มี.ค. ทั้งนี้ Occ. Rate ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่า 80% แม้จะมีแรงกดดันจากการชะลอของนักท่องเที่ยวยุโรป และตะวันออกกลางจากข้อจำกัดการเดินทาง แต่ถูกชดเชยด้วยการเข้าพักที่ยาวนานขึ้นของกลุ่มลูกค้าเดิม ส่งผลให้ Occ. Rate โดยรวมยังคงอยู่ในระดับสูง
-
คาดการณ์รายได้รวม 1Q69E ที่ 2,280 ลบ. (+1.2% q-q, +7.2% y-y): เติบโตจาก Total RevPAR ของ Luxury to economy ที่ 3,097 บาท/คืน (+5.9% q-q, +4.1% y-y) โดย ARR อยู่ที่ 3,565 บาท/คืน (+1.9% q-q, -0.2% y-y) และ Occ. Rate ที่ 87% (vs. 83% ใน 1Q68) การเติบโตดังกล่าวมะท้อนความต้องการเข้าพักที่สูงจากฤดูกาลท่องเที่ยวแต่ความสามารถในการปรับขึ้นราคายังไม่กลับมา โดยเฉพาะในกลุ่ม Midscale ถึง economy ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นที่ 49.6% (vs. 48.8% ใน 1Q68) จากการคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
-
ไถ่ถอนหนี้กดกำไรระยะสั้นแต่หนุนดอกเบี้ยจ่ายลงในระยะยาว: การไถ่ถอนชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนด ทำให้เกิดค่าธรรมเนียม 10 ลบ. เพียงครั้งเดียวโดยในระยะสั้นรายการดังกล่าวกดดันกำไร แต่เราเชื่อว่าไม่กระทบแนวโน้มพื้นฐาน และการไถ่ถอนคืนก่อนกำหนดนั้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินลดลง คาดเป็นผลบวกต่อแนวโน้มดอกเบี้ยจ่ายในระยะยาว
-
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่มูลค่าพื้นฐาน 3.30 บาทต่อหุ้น: โดยเรามองว่าราคาที่ปรับลดตัวลงมาได้สะท้อนความกังวลไปส่วนหนึ่งแล้ว ประกอบกับปัจจุบันซื้อขายอยู่บน P/E ปี 69E ที่ 12X เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปีที่ 16X หนุนให้ราคาปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจ







