ตะวันออกกลางไม่สงบกดดันราคาน้ำมันขยับขึ้นแรงมองเป็นปัจจัยกดดันการลงทุน

MARKET UPDATEDJIA เมื่อคืนปิดลบ 557 จุด (-1.1%) ถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางหลังมีรายงานว่า IRAN ได้โจมตี UAE พร้อมกับเรือของเกาหลีใต้ และกดดันให้ราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 5.8%

MARKET OUTLOOK

ปัจจัยต่างประเทศ

ช่วงวันหยุด US Market ปรับขึ้นต่อเนื่องสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง แรงหนุนหลักคือเรื่องของกำไรบริษัทฯที่แข็งแกร่ง S&P500 รายงานมาแล้ว 316 บริษัทดีกว่าคาดมากถึง 257 สะท้อนความแข็งแกร่งรวมถึงผลกระทบจากความค่อนข้างจำกัด กลุ่ม TECH ดีกว่าคาดมากถึง 96% เติบโตทั้งใน Hyperscaler Semiconductor สะท้อน AI คือ Mega Trend มากกว่าเป็นแค่กระแส จากนี้ประเมินว่านักลงทุนจะไปให้น้ำหนักกับตัวเลขเศรษฐกิจ สัปดาห์นี้เน้นหลักที่แรงงาน US รวมถึงผลประกอบการอย่าง AMD อื่นๆ ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีรถยนต์ EU แต่นักลงทุนไม่ได้ให้น้ำหนักมากนัก ด้านตะวันออกกลางกระแสข่าวกลับไปกลับมา แต่น้ำมันดิบ BRT ยังอยู่ระดับสูงซึ่งกังวล

ปัจจัยในประเทศ

มีรายงานว่าเตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจจากคนละครึ่งวงเงิน 4,000 บาท อย่างไรก็ตามมองผลกระทบจำกัดต่อเศรษฐกิจและกำไรบริษัทเพราะไทยกำลังเผชิญปัญหาค่าครองชีพเร่งขึ้นผสานกับเศรษฐกิจโตช้า ด้านกำไรบริษัทจดทะเบียน SET100 รายงานมาแล้ว 15 บริษัทดีกว่าคาด 12 บริษัท หลักๆจาก Bank DELTA วันนี้ประเมิน SET INDEX กรอบ 1475 – 1500 การปรับขึ้นของราคาน้ำมันจะเป็นแรงกดดันต่อการลงทุนและทิศทางเศรษฐกิจข้างหน้า (หากยังอยู่ระดับสูง) กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นเลือกกลุ่มพลังงาน (PTTEP PTTGC PTT) กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) นิคม (AMATA WHA) ส่งออก (ITC TU)

TOP PICK

AMATA (ซื้อ) ราคาเป้าหมาย 30 Bt

มีปัจจัยบวกจาก Backlog ที่มีอยู่กว่า 19,000 ล้านบาท ช่วยลดความเสี่ยงหากยอดขายที่ดินในปี 26 ไม่เป็นไปตามเป้าที่ 2,800 ไร่

KBANK (ซื้อ) ราคาเป้าหมาย 212 Bt

ธนาคารมีเครื่องมือในการบริหารเงินกองทุนที่มีประสิทธิภาพ ธนาคารสามารถจ่ายเงินปันผลสูงที่ 12 บาท ในปี 2026-27 เท่ากับในปี 2025

- Advertisement -