บล.กรุงศรีฯ:
TU (Buy; TP 14.20)
Tone: Neutral
Key takeaways from meeting:
Geopolitical Impact
ผลกระทบด้านต้นทุนอยู่ในระดับที่บริหารได้ ราคาทูน่าเดือน เม.ย. อยู่ที่ ~1,875 USD/ตัน (avg. 1Q26: 1,693 USD/ตัน) / เส้นทางขนส่งอ้อม Cape of Good Hope transit time เพิ่ม +10-15 วัน / ต้นทุนพลังงานคิดเป็นราว 1.5% of sales ผลกระทบจำกัด / ต้นทุน Packaging อลูมิเนียมสูงขึ้น แต่ผลกระทบจำกัด (<15% of APC cost) มีสต็อก 2 เดือน
โดยบริษัทรับมือผลกระทบด้วยการสำรองวัตถุดิบและสินค้า 2-4 เดือนและใช้กลไก pricing pass-through
U.S. Tariffs Update
ภาษีนำเข้าลดชั่วคราวเหลือ 10% (ก.พ.–ก.ค. 69) ส่วน IEEPA tariff refund ยังมี uncertainty ทั้งด้านระยะเวลาและโอกาสที่สหรัฐฯ จะคัดค้าน จึงยังไม่รับรู้เป็น upside ในประมาณการ
Outlook 2Q26F: ผบห. มองรายได้และ GPM เพิ่มขึ้น q-q ตามปัจจัยฤดูกาลที่ 1Q เป็น Low season แต่แนวโน้ม SG&A เพิ่มจาก marketing cost
TU คงเป้าการเติบโตปี 2026F
- รายได้ +3-4%y-y (KSS:+3%) หนุนจากธุรกิจ Pet care และ Feed
- GPM 19-20% (KSS: 19.5%) จากมาร์จิ้นของ Ambient และ Frozen
- SG&A/sales 13.5-14.5% (KSS 14%) จากผลกระทบเต็มปีของ US tariff แต่ชดเชยด้วย Transformation cost ที่ลดลง
Our view
เบื้องต้นเราคาดกำไร 2Q26F ชะลอ y-y จากฐานสูง และชะลอ q-q จากต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น คาดส่งผลกระทบต่อ GPM รวมถึงแนวโน้มการใช้ marketing cost เพิ่มขึ้น เพื่อสร้าง brand ในยุโรปอย่างต่อเนื่อง
คงคำแนะนำ Buy; TP 14.20 โดยเรายังคงประมาณการเดิมคาดกำไรปกติ 2026F โต +19%y-y มาอยู่ที่ 5,135 ลบ. โดยยังเลือก ITC (Buy; TP20) เป็น Top pick







