บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
SAKSIAM LEASING (SAK TB)
Closely monitor 2Q26 asset quality
-
กำไร 1Q26 ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยได้แรงหนุนจาก ECL ที่ลดลง แม้ loan spread อ่อนตัวลง
-
การเติบโตของกำไรในช่วงปี 2026–28E ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของสินเชื่อและ margin ขณะที่ความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นต่อสินเชื่อและ credit cost เพิ่มขึ้น
-
คงคำแนะนำ ถือ; ชอบ TIDLOR > MTC > SAWAD มากกว่า SAK
กำไร 1Q26 ทำสถิติสูงสุดใหม่ จากค่าใช้จ่ายที่ลดลง
SAK รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 ทำสถิติสูงสุดใหม่ตามคาดที่ 230 ล้านบาท (+8.5% q-q, +1.6% y-y) คิดเป็น 25% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ของเรา โดย ECL ที่ต่ำกว่าคาดสามารถชดเชย PPOP ที่อ่อนตัวลงจาก NII ที่ลดลงได้ทั้งหมด สินเชื่อเติบโต 0.9% q-q (-1.0% y-y) แต่ยังต่ำกว่าเป้าปี 2026 ของเราและกรอบเป้าหมายของบริษัท โดยมีแรงหนุนหลักจากสินเชื่อทะเบียนรถและสินเชื่อโฉนดที่ดิน ขณะที่ loan spread ลดลงมากกว่าคาด 48bps q-q มาอยู่ที่ 17.76% ถูกกดดันจากการเติบโตของสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนต่ำและจำนวนวันทำการที่น้อยลง แม้ต้นทุนทางการเงินจะลดลง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง q-q หลังผ่านช่วงสูงสุดตามฤดูกาล ขณะที่ cost-to-income ratio ทรงตัว q-q ที่ 49.4%
คุณภาพสินทรัพย์ยังทรงตัว พร้อมติดตามลูกหนี้อย่างใกล้ชิด
คุณภาพสินทรัพย์ใน 1Q26 ยังทรงตัว โดย gross NPL คงที่ทั้ง q-q และ y-y ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อเล็กน้อยทำให้สัดส่วน NPL ลดลงเล็กน้อย q-q มาอยู่ที่ 2.71% จาก 2.74% ณ สิ้นปี 2025 สินเชื่อ Stage 2 เพิ่มขึ้นเป็น 4.47% จาก 3.86% ณ สิ้นปี 2025 ซึ่งยังสอดคล้องกับรูปแบบ seasonal ที่มักเพิ่มขึ้นในทุกไตรมาส 1 โดย ECL ที่ต่ำกว่าคาด q-q จากการเติบโตของสินเชื่อที่ยังจำกัด ส่งผลให้ credit cost ลดลงเหลือ 84bps จาก 151bps ใน 4Q25 และทำให้ coverage ratio ลดลงเล็กน้อยเป็น 104.1% จาก 105% ณ สิ้นปี 2025 การฟื้นตัวของสินเชื่อและ spread หนุนการเติบโตกำไรปี 2026–28E เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026–28 และคาดกำไรจะเติบโตที่ 7.5% CAGR ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มสินเชื่อทะเบียนรถที่ 11.4% โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของสินเชื่อที่เติบโตเฉลี่ย 7.0–8.2% ต่อปี อย่างไรก็ตาม interest spread คาดจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 6bps จากปี 2025 เป็น 18.26% ในปี 2028 เนื่องจากต้นทุนเงินทุนที่ลดลง 38bps จะชดเชยกับ loan yield ที่ลดลง
จากการเปลี่ยนไปสู่สินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนต่ำเพื่อสนับสนุนการเติบโต
เรายังมีความกังวลเพิ่มขึ้นต่อการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในประเทศ โดยความเสี่ยงขาลงต่อสมมติฐานการเติบโตสินเชื่อปี 2026E ที่ 7.0% y-y และ credit cost ที่ 150bps จะเพิ่มขึ้น หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น โดยทุกการลดลงของสินเชื่อ 1% จะทำให้กำไรสุทธิลดลง 0.7% และทุกการเพิ่มขึ้นของ credit cost 10bps จะทำให้กำไรสุทธิปี 2026E ลดลงราว 1.3%
คงคำแนะนำ ถือ; ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 3.53 บาท
เราคงคำแนะนำ ถือ โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่คาดราว 6–7% ต่อปี ราคาเป้าหมายปี 2026E ของเราที่ 3.53 บาท อิงวิธี GGM คิดเป็น P/BV ที่ 1.01x (LT-ROE 13.0% และ COE 12.9%) เราชอบ TIDLOR, MTC และ SAWAD มากกว่า SAK เนื่องจากฐานลูกค้ามีความเปราะบางมากกว่า







