บล.พาย:

TU: Thai Union Group PCL

1Q26 กำไรปกติลูกดีเกินคาด

เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าพื้นฐาน 15 บาทหลังจากผลประกอบการงวด 1Q26 มีกำไรปกติออกมาดีกว่าที่เราคาดไว้ โดยได้รับผลดีจากรายได้ที่เติบโตถึง 8%YoY หลังจากมีราคาขายเพิ่มขึ้นเพราะผลกระทบของภาษีสหรัฐฯ รวมกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงหลังโครงการปรับโครงสร้างบริษัทสิ้นสุดไป 1 โครงการ สำหรับแนวโน้มช่วง 2Q26 ในแง่รายได้ผู้บริหาร คาดว่าจะเติบโตได้ตามผลของฤดูกาล ส่วนการปรับราคาเพื่อรับผลกระทบจากต้นทุนที่ปรับตัวเพิ่มคาดว่าจะทยอยปรับได้บางส่วน ทั้งนี้สิ่งที่เริ่มเห็นสัญญาณบวกคือราคาปลาทูน่าในเดือน เม.ย. เริ่มเห็นการปรับตัวลดลงจากเดือน มี.ค. ได้แล้ว

1Q26 กำไรสุทธิ 1,113 ล้านบาท (+9%YoY,+10%QoQ)

  • TU มีกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 1,113 ล้านบาท (+9%YoY,+10%QoQ) ถ้าไม่รวมรายการพิเศษที่ส่วนใหญ่เป็นรายการภาษีรับจากการเลิกกิจการบริษัท TTV ที่เกิดในปี 17 กว่า 423 ล้านบาทและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนกว่า 135 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ระดับ 890 ล้านบาท (+43%YoY,-8%QoQ) เทียบกับปีก่อนเติบโตดีจากการปรับราคาสินค้า และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงส่วนลดลงจาก 4Q25 เป็นไปตามฤดูกาล

  • รายได้ที่ 32,054 ล้านบาท (+8%YoY,-9%QoQ) เทียบกับปีก่อนเติบโตในทุกกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตจากกลุ่มขนมสัตว์เลี้ยง ส่วนกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปและอาหารแช่แข็งได้รับผลดีจากการปรับราคาเพื่อรับกับภาษีสหรัฐฯ ที่เริ่มในเดือน เม.ย. 25 ส่วนเทียบกับ 4Q25 ลดลงตามผลของฤดูกาล โดยเฉพาะธุรกิจอาหารแช่แข็ง (-24%QoQ) และอาหารแปรรูป (-3%QoQ)

  • กำไรขั้นต้นที่ 18.2% ใกล้เคียงกับ 1Q25 แต่ลดลงจาก 18.8% ใน 1Q25 ลดลงในกลุ่มอาหารสัตว์น้ำและสัตว์จากผลกระทบของต้นทุนปลาป่นที่เพิ่มขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ 4,659 ล้านบาท (-1%YoY,-4%QoQ) ลดลงไม่มากนักแม้ค่าใช้จ่ายจากโครงการ โซน่าร์ สิ้นสุดลง แต่ยังมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดอื่นๆอยู่

  • ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ 304 ล้านบาท (+4%YoY,+70%QoQ) ภาษีจ่าย (ที่ไม่รวมรายการพิเศษ) รับรู้เป็นรายได้ภาษีที่ 23 ล้านบาท (-43%YoY) พลิกจากภาษีจ่าย 32 ล้านบาทใน 4Q25

แนวโน้ม 2Q26 โตได้จาก 1Q26 จากผลของฤดูกาล

ภาพรวมในช่วง 2Q26 เบื้องต้นผู้บริหารคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวจาก 1Q26 ทั้งในแง่ของรายได้และกำไรขั้นต้น โดยเป็นผลตามฤดูกาลที่เริ่มเข้าสู่ช่วง High Seasons ของการส่งออก แต่การเติบโตอาจจะไม่สูงเท่า 1Q26 ที่ระดับ 8% เนื่องจากไม่ได้รับผลดีจากภาษีที่ปรับเพิ่มแล้ว สำหรับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการเจรจาปรับราคากับลูกค้า ทาง TU จะมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในบริษัทเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว ทั้งนี้ราคาปลาทูน่าเดือน เม.ย. ปรับลดลงมาอยู่ที่ 1,875 เหรียญฯ/ตัน จากระดับ 2,000 เหรียญฯ/ตันในเดือน มี.ค.

คงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิมก่อน และยังคงแนะนำ “ซื้อ”

แม้กำไรปกติในช่วง 1Q26 จะคิดเป็นสัดส่วนเพียง 19% ของกำไรทั้งปีที่เราประมาณไว้ที่ 4,721 ล้านบาท แต่ด้วยแนวโน้มในช่วง 2Q26 จะเห็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งผลตามฤดูกาลและการปรับราคาตามที่กล่าวไปข้างต้น เราจึงยังคงประมาณการกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิมก่อน สำหรับคำแนะนำการลงทุน ด้วยผลประกอบการที่ออกมาดีเกินคาด รวมถึงแนวโน้มในช่วง 2Q26 ยังดูดี เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม และประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 15.0 บาท (13.5XPER’26E ปรับ PER เป็นค่าเฉลี่ย 10 ปี)

- Advertisement -