เก่งหลังเกมส์
SET Index ลดลง 9 จุด (-0.62%) ปิดที่ระดับ 1,508 จุด มูลค่าการซื้อขาย 8.17 หมื่นล้านบาท (หุ้นปรับขึ้น 248 บริษัท และปรับลง 237 บริษัท) นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มน้ำมัน (PTTEP)โรงกลั่น (TOP, BCP, SPRC) และปิโตรฯ (PTTGC, IVL) จากราคาน้ำมันดิบร่วงแรง, กลุ่มอิเล็กฯ (DELTA, KCE) มีแรงขายทำกำไร, ส่วน Sector ที่ปรับขึ้นประคองดัชนี คือ กลุ่ม ICT (ADVANC, TRUE), กลุ่มโรงไฟฟ้า (GPSC, GULF), และ กลุ่มท่องเที่ยว (ERW, MINT, BA)
หุ้นที่เคลื่อนไหวเด่น คือ
ADVANC (+1.15%), TRUE (+3.6%) รับข่าว ADVANC ประกาศงบ 1Q26 ดีกว่าที่เราและตลาดคาด โดย ADVANC มีกำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 13,496 ล้านบาท ลดลง 5.5%q-q แต่เพิ่มขึ้น 27.5%y-y และ มากกว่าที่เราคาดไว้ 6.5% หนุนนักลงทุนเข้าเก็งกำไร TRUE คาดหวังงบจะออกมาดีในทิศทางเดียวกับ ADVANC โดย TRUE ประกาศงบเย็นนี้
GPSC (+6.8%), GULF (+1.65%), BGRIM (+0.73%) คาดหวังต้นทุนก๊าซธรรมชาติปรับลงในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบหลังสงครามสหรัฐกับอิหร่านมีสัญญาณบวก โดยทั้ง 2 ประเทศ มีโอกาสลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามระหว่างกัน (GULF, GPSC เตรียมประกาศงบ 1Q26 เย็นนี้)
BA (+2.88%), ERW (+3.28%), MINT (+0.97%) เป็นกลุ่มที่ราคาหุ้นร่วงหนักสุดในช่วงสงครามสหรัฐกับอิหร่าน โดยนับตั้งแต่เกิดสงคราม BA (-24.9%), ERW (-24.7%) และ MINT (-21%) วันนี้สงครามมีโอกาสยุติ นักลงทุนจึงสลับเข้าเก็งกำไรหนุนราคามี Technical Rebound ขึ้นยกกลุ่ม
PTTGC (-4.38%), IVL (-6.41%), IRPC (-5.56%) นักลงทุนเทขายหุ้นที่ Outperform ตลาดในช่วงสงครามโดยเฉพาะกลุ่มปิโตรฯ (+26%) โดยมองว่าหากสงครามยุติจะทำให้ปัญหา Supply disruption คลี่คลาย กดดันให้ส่วนต่างผลิตภัณฑ์และค่าการกลั่นที่เคยพุ่งสูงในช่วงสงครามมีโอกาสลดลงเป็นลบต่อผลกำไรของหุ้นโรงกลั่นและปิโตรฯ







