บล.กสิกรไทย:
Tourism Sector ชอบกลุ่มโรงแรมมากกว่าสนามบินและสายการบิน
- Downside ของกำไรอยู่ที่ 44.5% ขณะที่ราคาหุ้นปรับตัวลง 16% การวิเคราะห์ของเราชี้ให้เห็นว่าตลาดยังไม่ได้สะท้อนผลกระทบเชิงลบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านต่อภาคการท่องเที่ยวไทยอย่างเต็มที่ นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวภายใต้การวิเคราะห์ของเราปรับตัวลดลง 16% เทียบกับ SET ที่ลดลง 4.7% ในขณะเดียวกัน เราได้รวมผลกระทบของสงครามเข้าไปในประมาณการกำไรปกติปี 2569 ซึ่งส่งผลให้ต้องปรับลดประมาณการลง 44.5%
- คาดกำไรแตะจุดต่ำสุดในไตรมาส 3/2569 การวิเคราะห์รายไตรมาสของเราแสดงให้เห็นว่ากำไรปกติของกลุ่มน่าจะลงไปแตะระดับต่ำสุดในไตรมาส 3/2569 (-157% YoY) เนื่องจากเราคาดว่าผลกระทบเต็มที่จากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ผ่านทั้งความต้องการเดินทางและราคาน้ำมันเครื่องบิน จะส่งผลต่อผลการดำเนินงานในไตรมาสดังกล่าว ภายใต้สถานการณ์นี้ เราคาดว่า กำไรปกติของ AOT จะมีความทนทานมากกว่าหุ้นท่องเที่ยวตัวอื่น ขณะที่หุ้นกลุ่มสายการบินมีแนวโน้มได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด
- คาดกำไรฟื้นตัวขึ้นในปี 2570 มุมมองของเราค่อนข้างระมัดระวังในเชิงบวกว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีแนวโน้มที่จะไม่ยกระดับรุนแรงไปกว่าปัจจุบัน แต่จะเป็นสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียดและยืดเยื้อ ซึ่งอาจจำกัดความเสี่ยงของการพุ่งขึ้นหรือการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ยังคงทำให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ดังนั้น เราคาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวในปี 2570 และส่วนต่างราคาน้ำมันเครื่องบินเมื่อเทียบกับน้ำมันดิบเบรนท์จะกลับเข้าสู่ระดับปกติ
- ปรับประมาณการกำไร สำหรับทั้งกลุ่ม เราปรับลดกำไรปกติรวมลง 44.5% และ 19% สำหรับปี 2569-2570 ซึ่งสะท้อน CAGR 3 ปี (ปี 2568-2570) ที่ชะลอลงเหลือ 30% จากเดิม 43%
- หุ้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่
- AAV (-286%, -44%)
- THAI (-70%, -37%)
- BA (-24%, -2%)
- หุ้นที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ได้แก่
-
- SHR (-3%, +17%)
- DUSIT (-6%, -47%)
- AWC (-9%, -4%)
มุมมอง KS :
- คงมุมมอง “เป็นกลาง” เราคงมุมมอง “เป็นกลาง” ต่อกลุ่มท่องเที่ยวไทย โดยเมื่อพิจารณาจากการที่เราได้สะท้อนผลกระทบจากสงครามเข้าไปในประมาณการกำไรล่วงหน้าของทุกบริษัทก่อนการให้แนวทางของผู้บริหาร และการปรับตัวของราคาหุ้นที่ผ่านมา เราสรุปได้ว่า ราคาหุ้นกลุ่มโรงแรมน่าจะได้รับผลกระทบมากเกินไป หุ้นกลุ่มสนามบินปรับตัวสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน ขณะที่หุ้นกลุ่มสายการบินยังมี downside เพิ่มเติม เราปรับลดคำแนะนำ AOT และ THAI จาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” และปรับลดคำแนะนำ AAV จาก “ถือ” เป็น “ขาย”
- หุ้นเด่น เราปรับชุดหุ้นเด่นของกลุ่มเป็น CENTEL และ ERW จากเดิมเป็น SHR โดย CENTEL เป็นหุ้นเด่นอันดับหนึ่งของเรา เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวลงมากถึง 23% ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. ซึ่งมากกว่าผลกระทบต่อกำไรปกติที่เราคาดไว้ที่ 14.6% สำหรับปี 2569 ขณะเดียวกัน เราชอบ ERW เนื่องจากมองว่ารายได้มีความยืดหยุ่นดีกว่าคู่แข่งในประเทศ โดย ERW มีสัดส่วนการพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติต่ำที่สุด และมีสัดส่วนลูกค้าชาวจีนค่อนข้างสูง








