บล.กสิกรไทย:
TASCO ราคายางมะตอยพุ่งขึ้น แต่ความเสี่ยงยังคงอยู่
ราคายางมะตอยปรับตัวขึ้น หนุนกำไรระยะสั้น
ส่วนต่างราคายางมะตอยปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนมี.ค. ซึ่งช่วยหนุนกำไรจากสต๊อกในระยะสั้นของ TASCO แม้ว่าในไตรมาส 1/2569 ส่วนต่างราคาตลาด (spot spreads) ยังคงติดลบจากภาวะอุปทานล้นตลาดต่อเนื่อง แต่ด้วยรอบสต๊อกน้ำมันดิบของโรงกลั่นบริษัทที่อยู่ราว 3–4 เดือน จะช่วยให้ส่วนต่างราคาที่รับรู้จริง (realized spreads) ทำได้ดีกว่าตลาด
อุปทานตึงตัวจากผลกระทบสงคราม
ก่อนเกิดความขัดแย้ง ตะวันออกกลางเป็นแหล่งอุปทานยางมะตอยประมาณ 30–40% ของเอเชีย และคาดว่าจะมีอุปทานส่วนเกินราว 3–5 ล้านตันในปี 2568 อย่างไรก็ตาม ความไม่สงบในช่องแคบฮอร์มุซอาจทำให้ตลาดพลิกเข้าสู่ภาวะขาดแคลนได้ ความเสี่ยงขาลงมาจากธุรกิจการค้าของ TASCO เนื่องจากการพึ่งพาการนำเข้ายางมะตอยสำเร็จรูปจากโรงกลั่นในภูมิภาค ทำให้มีความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบ
คาดกำไรฟื้นตัว QoQ ในไตรมาส 1/2569
เราคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 จะอยู่ที่ 397 ลบ. (-10% YoY, +2.5 เท่า QoQ) โดยมีแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาล กำไรจากสต๊อก และต้นทุนวัตถุดิบที่ต่ำเมื่อเทียบกับราคาขายที่สูงขึ้น กำไรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569 จากการส่งผ่านราคายางมะตอยที่ปรับขึ้นได้เต็มที่มากขึ้น
คงคำแนะนำ “ถือ” โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 14.00 บาท
ราคาเป้าหมายของเราอิงที่ PBV 1.43 เท่า คิดเป็น upside ประมาณ 9% การบริหารสต๊อกเป็นปัจจัยสำคัญในการคว้า upside ด้านราคา ความเสี่ยงด้านปริมาณขายในระยะกลางจากข้อจำกัดของอุปทานจากโรงกลั่นในภูมิภาค น่าจะถูกชดเชยด้วยส่วนต่างราคายางมะตอยที่เพิ่มขึ้น









