บล.กรุงศรีฯ:
MUFG มองกรณีฐานสงครามสิ้นสุดภายใน พ.ค. 26 และมองสมมติฐานน้ำมันดิบปี 2026F ที่ 80 เหรียญฯ ประเมินยังเป็นระดับหนุนกำไรตลาดและ SET แต่ฝั่งความเสี่ยงหลัก คือ ยืดเยื้อ 3-4 เดือน+ ไทยจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงกระทบสูง กลยุทธ์ เลือกหุ้นในกลุ่ม Energy Security ผสาน ธีมลงทุน และหุ้นพื้นฐานดีปรับฐานลึกจากสงคราม
Best Picks: PTTGC, AMATA, GULF, KBANK, AOT, BH
Key Ideas:
1. MUFG ได้ประเมิน Scenarios ของสงครามและราคาน้ำมันไว้ 3 กรณี :
- กรณีฐาน : สงครามจบเร็วภายใน พ.ค. 26 คาดสมมติฐานน้ำมันดิบกลับลงสู่ 85 เหรียญฯต่อบาร์เรลภายใน 2Q26 และคาดการณ์น้ำมันดิบทั้งปี 2026F ที่ 80 เหรียญฯ
- กรณีเลวร้าย : ความขัดแย้งยืดเยื้อถึง 3Q26 คาดสมมติฐานน้ำมันดิบขึ้นสู่ระดับ 110 เหรียญฯต่อบาร์เรลก่อนคลี่คลาย และคาดการณ์น้ำมันดิบทั้งปีที่ 100 เหรียญฯ
- กรณีเลวร้ายรุนแรง : สงครามลุกลามและยืดเยื้อไปจนถึงต้นปี 2027 คาดสมมติฐานน้ำมันดิบเร่งทำระดับสูงสุด 135 เหรียญฯต่อบาร์เรล และทรงตัวสูง คาดการณ์น้ำมันดิบทั้งปี 2026F ที่ 120 เหรียญฯ
2. มุมมองต่อค่าเงินและเศรษฐกิจรายประเทศ (FX Specifics)
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูงและมีความเปราะบาง
- THB (เงินบาท)
- Correlation เงินบาทกับน้ำมันสูงอันดับสองรองจากรูปีอินเดีย
- นำเข้าน้ำมัน 85% ของยอดบริโภค
- ราว 60% ของการนำเข้ามาจากตะวันออกกลาง
- ข้อจำกัดทางการคลังในการพยุงราคาพลังงาน หนี้สาธารณะใกล้เพดานตามกฎหมายที่ 70% ของ GDP
- เศรษฐกิจเปราะบาง ทำให้โอกาสเงินบาทแข็งค่าจำกัด แม้สถานการณ์คลี่คลาย
- INR (เงินรูปีอินเดีย): มีแนวโน้ม Underperform
- กระทบหนักจากภาวะเงินทุนไหลออก
- หากเกิดสถานการณ์เลวร้าย-เลวร้ายรุนแรง ที่ราคาน้ำมันพุ่งไป 120 เหรียญฯต่อบาร์เรล
- อาจดันให้เงินเฟ้อพุ่งสูง และค่าเงินรูปีอาจอ่อนค่าทะลุระดับ 100 USD/INR ได้
- ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) กำลังออกมาตรการควบคุมเงินไหลออก
- VND (เงินดอง):
- ภาคการคลังจะได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อ
- ภาคการส่งออกของเวียดนามยังคงแข็งแกร่งและช่วยพยุงเศรษฐกิจไว้ได้
- IDR (รูเปียห์อินโดนีเซีย) — มีความเสี่ยง
- ตลาดกังวลเรื่อง Fiscal deficit แต่รัฐบาลยืนยันจะรักษาไม่ให้เกิน 3% ของ GDP
- ใช้เครื่องมือหลายอย่างประคองค่าเงิน
- PHP (เปโซฟิลิปปินส์) — เปราะบางมาก
- นำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง 95%
- เงินเฟ้อพุ่งแตะ 7% จากราคาน้ำมัน+ราคาข้าว (ข้าวมีสัดส่วน 9% ใน CPI)
- คาดขึ้นดอกเบี้ย 75 bps
- USD/PHP Base Case: 60.5-61.5, Severe Case: 62-64
กลุ่มที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง (Resilient)
- KRW (วอนเกาหลี)
- ได้รับแรงหนุนจากกระแส AI และการส่งออกที่แกร่ง ยังคงได้ประโยชน์แม้ราคาน้ำมันลดลง
- SGD (เงินดอลลาร์สิงคโปร์)
- Current Account สูง16% ของ GDP รองรับ ผลกระทบจาก Energy shock
- กำลังการกลั่นน้ำมัน และสำรองน้ำมันเพียงพอ
- การใช้นโยบายการเงินดำเนินผ่านอัตราแลกเปลี่ยน บรรเทาผลกระทบเศรษฐกิจ
- MYR (เงินริงกิตมาเลเซีย)
- รัฐบาลสามารถรักษาเพดานราคาน้ำมันได้
- เป็นประเทศผู้ส่งออกพลังงาน
- ภาวะเศรษฐกิจแข็งแกร่ง (ลงทุนในประเทศ, การจ้างงานดี, อุตสาหกรรม electronics แข็งแกร่ง)
- อยู่ในรอบวัฏจักรขาขึ้นของการลงทุน (Investment upcycle)
- CNY (เงินหยวนจีน):
- มีความยืดหยุ่น (Resilience) เช่น
- การนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย
- พลังงานสะอาด
- ระดับน้ำมันสำรอง
- โครงสร้างเชิงบวกจากแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มเทคโนโลยีในภูมิภาคคอยหนุนอยู่
- มีความยืดหยุ่น (Resilience) เช่น
สรุป : เศรษฐกิจและค่าเงินในภูมิภาคเอเชียตอนนี้ถูกขับเคลื่อนด้วย “ราคาน้ำมันและสงคราม” เป็นหลัก ประเทศที่มี cushion ทางการคลังหรือเป็นผู้ส่งออกพลังงาน และมีแรงหนุนเศรษฐกิจด้านอื่นๆ จะรับผลกระทบจำกัดกว่า
KSS Strategy View
1) เรามองบวกมุมมอง และเห็นสอดคล้องกับกรณีฐาน ของ MUFG ที่ประเมินภาวะสงครามคลายลงภายใน พ.ค. 26 ระดับสมมติฐานน้ำมันดิบทั้งปี 80เหรียญฯ(คาดกรอบ 95-75เหรียญฯ เป็นกรอบ Goldilock สำหรับ SET Market EPS) จะเป็นจุดที่หนุนกำไรตลาดหุ้นไทยทางบวก (หนุนกำไรพลังงานจากภาพ Energy Premium หลังสงครามและผลราคาพลังงานกระทบ Real Sector จำกัด) ขณะที่เชิงเศรษฐกิจรัฐบาลไทยกำลังเดินหน้าปรับเชิงโครงสร้าง เร่งการลงทุนโดยการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเร่งขึ้น (หนุน 2 ด้าน ลดพึ่งพาน้ำมัน + รองรับ AI CAPEX cycle) เปิด Upside ของ GDP
2) ส่วนมุมมอง MUFG ไทยอยู่ในกลุ่มเสี่ยงกระทบสูง จากสถานการณ์น้ำมันลากยาว สอดคล้องกับ KSS ที่มองหากน้ำมันดิบยืนสูงในระดับ 4-6 เดือน+ ผลกระทบเศรษฐกิจจริงจะสูง และกดดันหุ้น Real Sector มีนัยฯ ขณะที่กำไรกลุ่มพลังงาน (20% ของกำไร) ที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดิบจะหนุนได้ระยะสั้น (กรณีน้ำมันลากยาวจะกระทบความต้องการใช้ลดลง)
จุดเปลี่ยนเราจับตา คือ หากสถานการณ์ลากยาวกว่า พ.ค. 26 และน้ำมันดิบยืนสูง 100+ เหรียญฯต่อเนื่อง จะทำให้เข้าสู่จุดเสี่ยงกระทบกำไรตลาดมากขึ้น คือ สมมติฐานน้ำมันดิบทั้งปี 2026F > 95 เหรียญฯ
เชิงกลยุทธ์ เราแนะนำหุ้น
1) กลุ่ม Energy Security อาทิ ปิโตรเคมี PTTGC, IVL, PTT โรงกลั่น TOP
2) หุ้นอิงการลงทุน นิคม AMATA, WHA ไฟฟ้า GULF, GUNKUL, GPSC ธนาคาร KTB, KBANK สื่อสาร TRUE, ADVANC รับเหมา STECON, PYLON, INSET
3) หุ้นอตลาดกังวลผลกระทบสงครามจนราคาต่ำกว่า Pre-war ระดับ 10-20% อาทิ ท่องเที่ยว CENTEL, MINT การบิน AOT ร.พ. BH, BDMS เครื่องดื่ม ICHI
Best Picks: PTTGC, AMATA, GULF, KBANK, AOT, BH







