บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Commodities Update
ความเสี่ยงจากความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่านยังคงอยู่
Event
อัพเดตสินค้าโภคภัณฑ์ประจำสัปดาห์
Impact
ตลาดน้ำมันดิบ: ความกังวลเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซยังคงทำให้ราคาน้ำมันดิบผันผวน
ราคาน้ำมันดิบ Brent ลดลง 11% WoW เป็น US$105/bbl เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (จาก US$117/bbl) เพราะถูกกดดันจากรายงานข่าวว่าสหรัฐและอิหร่านใกล้จะบรรลุข้อตกลงเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยทางสหรัฐระบุว่าทั้งสองฝ่ายใกล้จะได้กรอบเบื้องต้นในการกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นในการเจรจานิวเคลียร์ นอกจากนี้ สหรัฐยังสั่งระงับปฏิบัติการเพื่อช่วยการเดินเรือ “Project Freedom” ชั่วคราว แต่อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์นี้ หลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐปฏิเสธคำตอบของอิหร่านต่อข้อเสนอที่มุ่งยุติข้อพิพาทที่ยาวนาน 11 สัปดาห์ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเพิ่มขึ้นว่าการหยุดชะงักที่ช่องแคบฮอร์มุซอาจจะยืดเยื้อออกไปนานกว่าที่คาดไว้ ทั้งนี้ประธานาธิบดี Trump ได้โพสต์ลง Truth Social โดยพูดถึงคำตอบของอิหร่านว่า “รับไม่ได้เลย” หลังจากที่มีรายงานข่าวว่าอิหร่านเสนอให้ย้ายสต็อกยูเรเนียมบางส่วนไปเก็บในประเทศที่สาม ในขณะที่ปฏิเสธที่จะรื้อโรงงานนิวเคลียร์
ตลาดโรงกลั่น: spread ของน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันดีเซลลดลง แต่ spread ของน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น WoW
GRM ในตลาดสิงคโปร์ (คำนวณโดย Thai Oil (TOP.BK/TOP TB)*) ลดลง 9% WoW เป็น US$20.0/bbl (จาก US$22.0/bbl) เนื่องจาก spread ของน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันดีเซลลดลง โดย spread ของน้ำมันเครื่องบินลดลง 23% WoW เป็น US$56.6/bbl และ spread ของน้ำมันดีเซลลดลง 16% WoW เป็น US$54.7/bbl แต่อย่างไรก็ตาม spread ของน้ำมันเบนซินฟื้นตัวขึ้น 13% WoW เป็น US$29.9/bbl ถึงแม้ว่า spread จะย่อลงมาบ้าง แต่ spread ของทั้งน้ำมันทั้งสามประเภทยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าระดับปกติที่ประมาณ US$12-16/bbl อย่างมาก จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐ/อิสราเอลและอิหร่าน สำหรับกลุ่มโรงกลั่นในประเทศ เรายังคงมองลบกับการที่รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงราคาน้ำมันดีเซลในประเทศ ซึ่งมาตรการนี้ได้แก่การลดราคาน้ำมันดีเซลลง i) 2 บาท/ลิตร (9-23 เมษายน), ii) 5 บาท/ลิตร (24 เมษายน – 9 พฤษภาคม) และ iii) 3 บาท/ลิตร (10-19 พฤษภาคม) เราคาดว่ารัฐบาลจะยังคงใช้มาตรการนี้ ซึ่งอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ไปจนกว่าค่าการกลั่นจะเริ่มกลับมาอยู่ระดับปกติมากขึ้น
ตลาดปิโตรเคมี: spread ของ HDPE, PP และ PET เพิ่มขึ้น WoW
Spread ของ HDPE เพิ่มขึ้น 8% WoW เป็น US$524/ton (จาก US$483/ton) และ spread ของ PP เพิ่มขึ้น 16% WoW เป็น US$515/ton (จาก US$444/ton) เพราะต้นทุน naphtha ที่ใช้เป็น feedstock ลดลงตามราคาน้ำมันดิบที่ลดลง ส่วนในตลาด polyester นั้น spread ของ PET ในเอเชียเพิ่มขึ้น 9% WoW เป็น US$254/ton (จากUS$233/ton) ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 เนื่องจาก i) ขาดแคลน naphtha feedstock เพราะอุปทานสะดุดที่ช่องแคบฮอร์มุซ และ ii) อุปสงค์ PET สูงตามฤดูกาลในช่วงหน้าร้อน







